จับตาขาขึ้นอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง ชี้โครงการอภิมหาโปรเจ็คของรัฐกระตุ้นให้หุ้นเด้งทะลุตา!

นับว่าเป็นช่วงขาขึ้นของแวดวงอุตสาหกรรมก่อสร้างก็ว่าได้ เพราะนับตั้งแต่ต้นปี 2556 ที่ผ่านมา ก็มีข่าวดีแห่งปีอย่างโครงการอภิมหาโปรเจ็ค 2 ล้านล้านบาท ที่ทางภาครัฐวางแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจากโครงการดังกล่าวนอกจากจะเป็นที่จับตาของประชาชนทั่วไปแล้ว กลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างต่างก็จ้องตาไม่กระพริบ เพราะเค้กชิ้นใหญ่ที่เป็นไฮไลท์การประมูลอย่างโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็ว สูงคราวนี้ ใครปาดหน้าชนะการประมูลได้งานไปครอบครองก็การันตีผลงานลอยลำไปได้อีกนับสิบ ปี

ชื่อของบริษัทรับเหมากลับมาเป็นกลุ่มที่น่าจับตาอีกครั้งของการลงทุนใน ตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากแผนก่อสร้างโครงการอภิมหาโปรเจ็คทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงและ โครงการบริหารจัดการน้ำ รวมไปถึงโครงการขยายเส้นทางระบบคมนาคมต่างๆ ที่รวมอยู่ในวงเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาขาใหญ่ต่างตื่นตัวกันจ้าละหวั่น เพราะนอกจากจะมีโครงการก่อสร้างมากมายให้รอชิงเค้กกันแล้ว แนวโน้มการแข่งขันกันอย่างรุนแรงในอุตสาหกรรมก่อสร้างก็มีทีท่าว่ากำลังจะ หมุนเวียนกลับมาอีกครั้ง

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยว่า สิ่งที่น่าจับตามากที่สุดในปี 2556 นี้ก็คือ การลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวกับวัฏจักรของการลงทุนรอบใหม่ของรัฐบาล รวมไปถึงการบริโภคในเขตที่ไม่ใช่กรุงเทพฯและปริมณฑล เนื่องจากหุ้นประเภทดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับแผนบริหารประเทศของรัฐบาล โดยตรง ทำให้มีแรงหนุนและมีการปรับตัวขึ้นมามากหลังจากที่ทรงตัวในกรอบแคบๆ และไม่หวือหวาเหมือนกลุ่มหลักทรัพย์ประเภทอื่น โดยหุ้นเด่นที่คาดการณ์ว่าจะมาแรงมากที่สุดในปี 2556 ได้แก่ CK STEC ITD และ NWR

“โครงการ Mega Infrastructure Project นับว่าอยู่ในช่วง Super Cycle โดยระหว่างปี 2556-2559 จะมีโครงการต่างๆสูงถึง 2.27 ล้านล้านบาท ที่สำคัญ คือ ระบบขนส่งทางบก รถไฟฟ้าสายต่างๆ รถไฟฟ้าความเร็วสูง ถนน มูลค่ารวม 1.47 ล้านล้านบาท รวมไปถึงงานก่อสร้างโครงการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งจะทำให้ช่วยเพิ่มงานให้กับกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง ทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างโครงการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ต่างๆด้วย”


ด้านนายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มการพัฒนาในมุมมองนักพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ว่า สำหรับมุมมองของนักลงทุนแล้ว Mega Infrastructure Project นับเป็นกำไรในการลงทุนของชีวิตระยะยาว หรือ Long Term Investment ซึ่งในตอนนี้หลายฝ่ายให้ความสนใจ ในเรื่องแผนการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟความเร็วสูง(High Speed Rail) และเป็นที่จับตามองอย่างมาก เพราะส่งผลต่อการลงทุนของนักลงทุน และแนวโน้มการพัฒนาในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในส่วนของโครงการอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนประเภทอื่นๆด้วย

“ราคาหุ้นของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างได้พุ่งขึ้นมาเกิน 100% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เพราะได้แรงสนับสนุนจากปัจจัยต่างๆ คือ 1.) โครงการ Mega Infrastructure Project อยู่ในช่วง Super Cycle 2.) ปริมาณงานสะสมที่อยู่ในระดับสูง รองรับยอดรายได้อย่างน้อย 3- 7 ปี 3.) การกระจายความเสี่ยงจากการขยายรูปแบบการรับงาน ทั้งในส่วนของงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ การก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ ทำให้แนวโน้มการเติบโตของหุ้นกลุ่มรับเหมาจะโดดเด่นและร้อนแรงเหมือนที่เคย เกิดขึ้นในช่วงปี 2546 มาแล้ว” สุรชัย ประมวลเจริญกิจ นักวิเคราะห์ จาก บมจ. หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าว

ทั้งนี้ แม้ว่าขณะนี้อุตสาหกรรมก่อสร้างจะเป็นช่วงขาขึ้น แต่ในช่วงนาทีทองก็ย่อมต้องมีอุปสรรคบ้างในบางจังหวะ เพราะแม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากภาครัฐเป็นแรงหนุนสำคัญ แต่ปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก็คือ ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากในปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมก่อสร้างต้องเผชิญหน้า กับความเสี่ยงทั้งจากปัญหาความล่าช้าในงานก่อสร้างและต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากค่าแรงขั้นต่ำที่สูงขึ้นจากการแข่งขันแย่งชิงแรง งาน ซึ่งปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้ชะตาว่าโอกาสในการทำกำไร และผลประกอบการจะราบรื่นดีหรือไม่ในช่วงเวลาที่คว้างานมานอนกอดไว้หลังจาก นี้

แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ปัญหาการขาดแคลนแรงงานอาจจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เนื่องจากแต่ละบริษัทล้วนมีขุมกำลังสำรองอย่าง แรงงานต่างด้าว ที่ในปัจจุบันหลั่งไหลเข้ามาทำงานในประเทศไทยมากขึ้นจากการปรับค่าแรงขั้น ต่ำที่สูงเป็นอันดับต้นๆในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านรั้วเดียวกัน แต่ถึงอย่างไรก็ยังประมาทไม่ได้ เพราะโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มักจะทำให้เกิดปัญหาตามมาอย่างคาดไม่ถึง
โดยเฉพาะในกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่แม้ในวันนี้อาจจะยังนิ่งๆรอดูทีท่าแจ้งเกิด ของโครงการแผนพัฒนาประเทศ 2 ล้านล้านบาท แต่หากฟันธงปิดประมูล เริ่มเดินหน้าโครงการก่อสร้างเมื่อไหร่ วัสดุก่อสร้างจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้ ไม่แพ้วิกฤตแรงงานเช่นกัน!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s