ตั้งเข็มทิศอสังหาฯครึ่งปีหลัง หลัง Q1 ตลาดกลาง-ล่างมีแววโตสุด! ชี้ปรับเงินเดือน-ค่าแรง กระตุ้นให้คนซื้อบ้าน

ผ่านมาแล้วกับ 3 เดือนแรกของปี 2556 ที่แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในเอเชียและยุโรปยังคงลุ่มๆดอนๆ แต่สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยแล้ว ถือว่าได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย เพราะนอกจากจะสามารถกลับมาทำตลาดได้อย่างปรกติแล้ว แนวโน้มการเติบโตและการขยายการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาฯยังกระจายไปทั่ว ประเทศ เนื่องจากมีกำลังหนุนหลักอย่างโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งการสร้างรถไฟความเร็วสูง และการสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายในเขตชานเมืองรอบๆกรุงเทพฯ

สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยถือว่ายังอยู่ในระดับที่ไม่น่าวิตกกังวล มากนักในขณะนี้ แม้ว่าจะมีกระแสข่าวฟองสบู่มาให้ตื่นเต้นเป็นระลอก แต่จากปัจจัยบวกสนับสนุนทั้งการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน(AEC)ในปี 2558 และการลงทุนโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของภาครัฐ ทำให้ความเสี่ยงจากการเกิดฟองสบู่อสังหาฯยังไม่สามารถขีดเส้นใต้ได้ชัดเจน

จากการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ลงหมุดปักในหลายพื้นที่และหลากหลาย รูปแบบ ทำให้ความเสี่ยงมีการกระจายไปตามกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันตามรูปแบบของ โครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งจากการวิเคราะห์ของ ฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัทพลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เผยว่า กลุ่มลูกค้าที่ครองตลาดส่วนใหญ่ไว้ขณะนี้คือ กลุ่มผู้ซื้อระดับกลาง-ล่าง และเกินกว่า 50% ของกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ ส่วนใหญ่มักจะเลือกรูปแบบที่อยู่อาศัยในแนวสูงมากกว่าแนวราบ

“ความต้องการที่อยู่อาศัยในแนวสูง โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าและคอนโดมิเนียมใกล้แหล่งสถาบัน การศึกษา ยังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนึ่งมาจากกลุ่มผู้ซื้อคนรุ่นใหม่ หรือ Generation Y เป็นกำลังซื้อหลักในตลาดดังกล่าว ทำให้โครงการคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้มากกว่า เป็นตัวเลือกแรกๆในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยเป็นกรรมสิทธิ์ชิ้นแรกของตัว เอง” นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าว

ทั้งนี้ แนวโน้มของตลาดอสังหาฯในปี 2556 จะยังเป็นอีกหนึ่งปีที่โครงการประเภทห้องชุดจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจและใจกลางกรุงเทพฯ เนื่องจากต้นทุนที่ดินในเมืองที่แพงขึ้นทำให้จำกัดรูปแบบการพัฒนาโครงการที่ อยู่อาศัยไปโดยปริยาย ซึ่งคาดว่าตลอดปี 2556 นี้จะมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายในตลาดอีกกว่า 90 โครงการ และมีปริมาณหน่วยขายรวมกว่า 60,000 ยูนิต


นอกจากปัจจัยสนับสนุนทางด้านโครงสร้างระบบคมนาคมไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าส่วนต่อ ขยาย หรือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานงบกว่า 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังโตอย่างต่อเนื่องก็คือ การเพิ่มขึ้นของฐานเงินเดือนจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทและ การปรับเงินเดือนปริญญาตรี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ประกอบการและประชาชนกล้าควักกระเป๋า ออกมาใช้จ่ายสินค้ามูลค่าสูงนับล้านบาทอย่างโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้อย่าง ไม่น่าเชื่อ

“ฐานเงินเดือนและรายรับที่เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าแรง ทำให้ประชาชนทั่วไปมีโอกาสในการเป็นเจ้าของโครงการที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น ยิ่งขณะนี้ประเทศไทยไม่มีกำหนดหลักเกณฑ์การซื้อขายอสังหาฯที่เข้มงวดเหมือน อย่างสิงคโปร์หรือจีนที่ออกมาตรการคุ้มเข้มอสังหาฯ รวมทั้งผู้ประกอบการบางรายก็หันมาทำโปรโมชั่นร่วมกับสถาบันการเงิน ทั้งการผ่อนด้วยโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% หรือการวางเงินดาวน์น้อยผ่อนนาน ทำให้โอกาสเปิดกว้างในกลุ่มตลาดกำลังซื้อระดับกลาง-ล่างมากยิ่งขึ้น”

นอก จากนี้ ฝ่ายวิจัยของบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แนวโน้มการขยายตัวของผังเมืองใหม่ที่เอื้อให้ผู้ประกอบการเบนเข็มไปยังนอก เมือง จึงส่งผลให้แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งแม้แต่ในทำเลต่างจังหวัด ซึ่งจากปัจจัยที่เปลี่ยนไปของกลุ่มผู้บริโภคที่เริ่มมองถึงผลประโยชน์ทาง ด้านการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ของตัวเอง ทำให้คนกลุ่มนี้กล้าที่จะควักกระเป๋าซื้อหาคอนโดมิเนียมในทำเลแหล่งทำงาน หรือแหล่งชุมชนสถานศึกษา เพราะเมื่อปรียบเทียบความคุ้มค่ากันแล้ว ภาระค่าใช้จ่ายค่าเช่าและค่าเช่าซื้อแทบจะไม่แตกต่างกันเลย ดังนั้นตลาดคอนโดมิเนียมในทำเลดังกล่าวจึงเป็นที่ต้องการทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และมีแนวโน้มการเติบโตไปต่อเนื่องอย่างน้อยอีก 2-3 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเสียงเตือนจากหลายทิศพยายามเรียกสติทั้งผู้ประกอบการและประชาชนคนไทย ให้กลับมาตั้งต้นกับสถานะการเงินของตัวเองและสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ หลังจากที่อาจจะหวั่นไหวไปกับแรงกระตุ้นรอบทิศ ทั้งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การส่งเสริมการลงทุน การปรับฐานเงินเดือนและค่าแรงขั้นต่ำ ฯลฯ ซึ่งแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เงินหมุนเวียนในการใช้ชีวิตประจำวันเพิ่มมาก ขึ้น แต่อัตราการใช้จ่ายก็เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

ซึ่งถ้าหากใครตกหลุมพรางของสิ่งต่างๆเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังแรก รถคันแรก ก็ขอให้สบายใจได้อย่างหนึ่งว่า ภาระที่จะอยู่กับตัวคุณต่อไปนั้นเป็นปัจจัย 4 ที่จำเป็นในการดำรงชีพ ดังนั้นการวางแผนอยู่ร่วมกันกับหนี้ระยะยาวในอนาคตจะต้องคิดคำนวณอย่าง รอบคอบ เพราะถ้าหากไม่วางแผนการเงินให้ดี ภาระหนี้สินที่จะกลายเป็นหนี้เสียก็จะตามมาพร้อมความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา ใหญ่อย่าง…การล้มของระบบเศรษฐกิจไทยในอนาคต!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s