บิ๊กอสังหาฯ ประสานเสียงตลาดยังแกร่ง! เชื่อฟองสบู่จะไม่แตกถ้า “รถไฟความเร็วสูงมา – AEC ไม่ล้ม”

การเปลี่ยนแปลงผู้นำของแต่ละชาติล้วนก่อให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายและแนวทางการบริหารประเทศของบุคคลซึ่งเป็นผู้นำประเทศ และในช่วงที่ผ่านมาภูมิภาคเอเชียได้เกิดการเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำกันหลากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ประเทศไทยเราเอง ต่างก็มีการเปลี่ยนแปลงกันบ่อยครั้ง ล่าสุดที่ตามมาติดๆก็คือ มาเลเซีย ที่สิงคโปร์ยังลุ้นอยู่ว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 2 ประเทศ จะแจ้งเกิดตามมาติดๆกันหรือไม่

การพัฒนาประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันระหว่างกลุ่มชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่กับชาติเล็กๆในเอเชียแปซิฟิคเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม หรือแม้แต่ไทยเอง ที่ต่างก็วางโครงการเริ่มต้นที่โครงการระบบคมนาคมขนส่งที่ต้องยอมรับว่าเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศเดินหน้าไปอย่างก้าวกระโดด เพราะเส้นทางคมนาคมที่สะดวกสบายและทันสมัย จะช่วยส่งเสริมให้ระบบโลจิสติกส์ในอาเซียนสามารถเชื่อมต่อกันได้สะดวกมากขึ้น และเป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมได้สอดคล้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ

การเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงของประเทศไทยส่งผลดีต่อการขยายตัวของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่ขยับออกไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ขยับขยายตลาดกวาดกำลังซื้อของผู้บริโภคในทุกเซกเม้นท์ โดยอัตราการขยายตัวที่เติบโตขึ้นจะเป็นเพียงกระแสโหมทำยอด หรือเป็นกำลังซื้อที่แท้จริงนั้น ตอบได้จากอัตราการขยายตัวของสินเชื่อที่อยู่อาศัย ที่ในต่างจังหวัดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“สิ่งที่หลายฝ่ายเป็นกังวลกันในประเด็นฟองสบู่อสังหาฯนั้น ส่วนหนึ่งมองว่าตลาดอสังหาฯไทยยังไม่ก้าวข้ามเขตฟองสบู่อสังหาฯ เนื่องจากกรอบของเส้นแบ่งระหว่างจุดระเบิดของฟองสบู่แตกมันได้ขยายออกไปจากกำลังซื้อที่ถูกกระตุ้นมากขึ้น หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นการกระตุ้นกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังมากพอ แต่อาจจะยังไม่อยากใช้จ่ายเงินเนื่องจากไม่มั่นใจในเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อมีการกระตุ้นจากรายใหญ่ที่มีทั้งแบรนด์และชื่อเสียง รวมทั้งแนวทางการพัฒนาการลงทุนและเศรษฐกิจของประเทศมีความชัดเจนขึ้น ทำให้ลูกค้ากลับมามีความเชื่อมั่น ทำให้เกิดแรงซื้อจากกลุ่มดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดอสังหาฯมีฐานกำลังสำรองจากกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังเงินและสภาพคล่องที่ดี แต่ไม่ใช่ตลาดเพื่ออยู่อาศัยจริงอย่างเดียว แต่อาจจะเป็นตลาดให้เช่าและตลาดบ้านหลังที่สองแทน ซึ่งเมื่อตลาดออกไปเติบโตที่ต่างจังหวัด จึงสามารถตอบโจทย์ได้ครบ คือ เป็นได้ทั้งที่อยู่อาศัยหลัก บ้านหลังที่สอง หรืออสังหาฯเพื่อการลงทุนให้เช่า เป็นต้น”


ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด วิเคราะห์ว่า ปัจจุบันผู้บริโภคมีแนวทางการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก หรือโครงการคอนโดมิเนียมที่มีความคุ้มค่าทั้งในส่วนของการใช้งานและการลงทุนไปพร้อมๆกัน ทำให้การเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียมยังคงร้อนแรงทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

“ประเด็นสำคัญสำหรับฟองสบู่อสังหาฯก็คือ ความไม่สมดุลของราคาและปริมาณที่อยู่อาศัย ซึ่งในมุมของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มองว่า เราวัดมาตรฐานจากไม้บรรทัดอันไหน ซึ่งถ้าหากมองในส่วนของความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ขณะนี้กำลังซื้อในตลาดยังเป็นกลุ่มกำลังซื้อของผู้บริโภคทั่วไปมากกว่าการเก็งกำไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการอสังหาฯประเภทคอนโดมิเนียมที่เปิดใหม่ตามแนวรถไฟฟ้านั้น สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง ซึ่งเมื่อรวมกับนโยบายของรัฐบาล ที่จะมีการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ระบบรถไฟความเร็วสูง (High Speed Train) รวมถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 จะส่งให้ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัวและพัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยงและนักธุรกิจที่จะหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยในอีกไม่ถึง 2 ปีข้างหน้านี้” นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการขยายตลาดของกลุ่มบริษัทอสังหาฯรายใหญ่ที่เป็นกลุ่มผู้นำตลาดในขณะนี้ ล้วนแต่เป็นแบรนด์ที่ต่างได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งความแข็งแกร่งในตลาดอสังหาฯริมทรัพย์ของผู้ประกอบการรายใหญ่ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น บมจ.แสนสิริ, LPN และพฤกษาฯ ต่างก็มีจุดแข็ง ก็คือ การทำสถิติยอดขายพรีเซลล์สูงเป็นประวัติการณ์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการก่อสร้างและยอดการโอนกรรมสิทธิ์ จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของยอดขายที่แท้จริงว่า จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและชื่อเสียงให้กับแบรนด์ได้มากน้อยเพียงใด

และท้ายที่สุดนี้ บทพิสูจน์ในเส้นทางสายอสังหาริมทรัพย์อาจจะยังไม่สามารถตัดสินได้แบบเด็ดขาด เพราะตลาดที่จะขยายใหญ่ขึ้นยกระดับเป็นตลาดภูมิภาคในฟากฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯทั้งหลายต้องก้าวข้ามฟองสบู่อสังหาฯให้ได้ และหันกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า วันนี้เรามีอาวุธและความพร้อมที่จะต่อสู้กับคู่แข่งนานาประเทศ และยืนหยัดบนเส้นทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอาเซียนได้หรือยัง?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s