เจาะการตลาดอสังหาฯโลกไซเบอร์ “สร้างแบรนด์-ปั่นกระแส” เพื่อก้าวสู่“เดอะสตาร์” ในวงการอสังหาฯ

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปทำให้การดำรงชีวิตประจำวันก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเทคโนโลยีอันทันสมัยมีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และด้วยเทคโนโลยีที่มาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิตประจำวันของเรานี่เอง ที่ทำให้รูปแบบการทำธุรกิจต้องเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้นด้วย ไม่เว้นแม้แต่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องลุกขึ้นมาสลัดภาพลักษณ์การตลาดแบบเดิมๆที่จะมีเพียงโบรชัวร์และห้องตัวอย่างในโครงการเพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป

สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทสำคัญในยุคอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการเข้าถึงที่สะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ทำให้ข้อมูลทุกอย่างที่อยากรู้มาจอดรอเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งสำหรับในแวดวงอสังหาริมทรัพย์แล้ว สื่อออนไลน์เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสารกันระหว่างผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ดังนั้นข้อมูลรายละเอียดต่างๆที่ปรากฏระหว่างกันจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดว่าผู้ประกอบการจะสามารถคว้าเอาโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคเหล่านี้มาเป็นข้อได้เปรียบในการทำการตลาดได้หรือไม่

บทวิเคราะห์จากแหล่งข่าวนักการตลาด ระบุว่า การสร้าง Content Marketing อย่างได้ผลมากที่สุดนั้น ไม่ควรเน้นที่จำนวนตัวเลขการเข้าชมข้อมูล รูปภาพ หรือวีดีโอ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะตัวเลขของผู้เข้าชมแม้จะมีปริมาณมาก แต่หากคิดเป็นอัตราส่วนของกลุ่มผู้บริโภคที่แท้จริงแล้ว อาจจะมีสัดส่วนเพียง 10% เท่านั้น ดังนั้นน้ำหนักของการให้ความสำคัญของ Content Marketing นั้นจึงไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขการเข้าชมเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญของการพูดถึง(comment) การบอกต่อ(share) สินค้าและแบรนด์ด้วย


“การโพสต์ข้อความบน Tweet, Facebook Wall หรือ หน้า Blog Page ของตัวเอง เพื่อเป็นการสร้างตัวตนให้ผู้บริโภครับรู้ว่าสิ่งที่เรากำลังสื่อสารนั้น เป็นสิ่งที่จับต้องได้จริงๆและมีอยู่ในโลกของความเป็นจริงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและพิสูจน์ได้ ยิ่งถ้ามีรายละเอียดเชิงลึกที่ชัดเจนในการโพสต์ Content Marketing อย่างเช่น การรีวิว(review) , ภาพหรือวีดิโอประกอบ จะยิ่งส่งผลให้เกิดกระแสการบอกต่อ และกระจายตัวของ Content ให้กลายเป็น Viral Marketing ได้อีกด้วย”

ทั้งนี้ การจัดการเรื่องการทำ Branding บน Social Media อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เกินกำลังในการบริหารจัดการ เพราะช่องทางการสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ ก็แทบจะไม่แตกต่างในการสื่อสารผ่านช่องทางสื่อมีเดียอื่นๆ เนื่องจาก สื่อออนไลน์ในปัจจุบันแม้จะมีข้อมูล มีการนำเสนอที่หลากหลาย หากรูปแบบในการเปิดโพสต์ต้องมีการวางแผนที่ครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคของสินค้าได้อย่างครบถ้วนตรงตามความข้อมูลที่ได้วิเคราะห์มาแล้วจากพฤติกรรมผู้บริโภคด้วย

“สิ่งที่จะเป็นตัวชี้วัดถึงความสำเร็จของผู้เข้าชม Content Marketing ของเรา ว่าประสบความสำเร็จได้ผลมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่ามีการเข้าถึง แชร์หรือแบ่งปัน พูดถึงสินค้าของเรามากเพียงใด ซึ่งถ้าหากมี feedback ที่ดี เช่น มีคนมาคอมเม้นท์เยอะ แชร์ต่อๆกันไปในกลุ่มที่หลากหลายขึ้น หรือมีการพูดถึงในวงกว้างในสื่อสาธารณะ ก็เป็นเครื่องหมายบอกได้คร่าวๆถึงโอกาสที่ Content Marketing ของเราได้ผล และสร้างยอดขาย หรือทำ Branding ให้กับสินค้าหรือธุรกิจต่างๆ บนโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”


ทั้งนี้ สิ่งที่น่าสนใจในตอนนี้คือ ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีชื่อเสียงติดตลาด และมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่าง “แสนสิริ” ก็ลงมาทำการตลาดแบบดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในกลุ่มโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมอย่าง Twitter, Facebook และ Instagram เพื่อดึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เสพโลกออนไลน์กันแทบจะ 24 ชั่วโมง

โดย “แสนสิริ” นอกจากจะสร้างข้อมูลเว็บเพจให้เข้าถึงได้สะดวกในโลกออนไลน์ และมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ ทั้งในรูปแบบคอนเท้นท์ และรูปภาพแล้ว ยังรวมถึงการสร้างพื้นที่เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยแชร์ความคิดเห็นในสื่อสาธารณะต่างๆ อาทิ เว็บเพจ หรือ blog หรือ เว็บบอร์ดต่างๆ เป็นต้น เพื่อสื่อถึงข้อมูลข่าวสารให้กระจายไปในวงกว้างอย่างรวดเร็วอีกด้วย

“ปัจจุบันการทำโฆษณาหรือโปรโมตสินค้าหรือกิจกรรมสักอย่างหนึ่ง ผู้ประกอบการต้องสำรวจคร่าวๆว่ากลุ่มลูกค้าเราเป็นกลุ่มไหน ใช้สื่ออะไรมากกว่ากัน ซึ่งอย่างบางกรณีที่สินค้าเป็นกลุ่ม Niche market การทำการตลาดก็ไม่จำเป็นต้องหว่านไปทุกสื่อ เราอาจจะเจาะในสื่อที่เป็นฐานของกลุ่มลูกค้านั้นๆ อาทิ เราต้องการโปรโมตโครงการคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ เราอาจจะโพสต์ภาพผ่าน Twitter, Facebook และ Instagram เพื่อให้ผู้บริโภคสะดวกต่อการติดตาม และเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน ซึ่งเมื่อเรารู้พฤติกรรมของผู้บริโภคหลักของเราแล้ว โอกาสที่จะประสบความสำเร็จจากการทำการตลาดก็ย่อมเป็นไปได้สูงตามไปด้วย”

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากจะให้เปรียบเทียบ ในบางมุมการทำตลาดของแบรนด์รายใหญ่บางรายต้องการตอกย้ำและสร้างความเป็น Brand Royalty ให้กับกลุ่มลูกค้าและนักลงทุน ซึ่งหากจะให้เปรียบเทียบก็คงจะเป็นเหมือนการสร้างฐานแฟนคลับของกลุ่มศิลปินไอดอล ที่หากศิลปินคนไหนฐานแฟนคลับเยอะ โอกาสที่จะเติบโตและโด่งดังโลดแล่นในวงการก็ย่อมมีมากกว่า

คล้ายๆกับการแข่งขันเฟ้นหา “เดอะสตาร์” ที่แต่ละรุ่นแต่ละปีก็มีย่อมมีผู้ชนะที่มีความสามารถและคุณภาพครบเครื่องแตกต่างกันออกไป แต่ถามว่าเดอะสตาร์คนไหนโด่งดังและอยู่ในวงการได้นาน คำตอบอาจจะไม่ใช่เดอะสตาร์คนที่เสียงดีที่สุด แต่อาจจะเป็นเดอะสตาร์ที่มีทั้งความสามารถและมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นต่างหาก ที่จะยืนหยัดในวงการฯได้อย่างมั่นคงและยาวนาน
…และในวันนี้ ท่ามกลางผู้ประกอบการในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มากมาย คำถามที่ต้องตอบตัวเองให้ได้ก็คือ คุณเป็น “เดอะสตาร์” ในวงการของคุณแล้วหรือยัง?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s