คนกรุงอ่วม..รถไฟฟ้าจ่อขึ้นราคา 1 มิ.ย. 56 นักวิเคราะห์คาดไม่กระทบตลาดคอนโดฯแนวรถไฟฟ้า

ไม่รู้ว่าคนกรุงเทพฯเตรียมพร้อมกันแล้วหรือยังสำหรับความเปลี่ยนแปลงใหม่ ล่าสุดของชีวิตคนเมืองอย่าง “การปรับค่าโดยสาร” ของบริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่แม้ว่าจะปรับขึ้นเพียงไม่กี่บาท แต่ก็เชื่อว่าหลายคนคงเหงื่อตกกับค่าครองชีพที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นในชีวิต ประจำวันอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้จะทำให้ผู้ที่เช่าคอนโดฯอยู่ หรือผู้ที่กำลังตัดสินใจที่จะซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ จะหวั่นไหวกับราคาค่าโดยสารของรถไฟฟ้าที่ปรับขึ้นในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ หรือไม่?

ความ นิยมในรูปแบบที่อยู่อาศัยประเภทห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมในตลาดอสังหาริม ทรัพย์ไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย และความสะดวกสบายในการเดินทางที่เป็นจุดแข็งและจุดขายหลักที่บรรดาผู้ประกอบ การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใช้มาเป็นกลยุทธ์เด็ดในการเรียกลูกค้าในการ ทำตลาดคอนโดมิเนียม ซึ่งจากข้อมูลการสำรวจความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทห้องชุดในกรุงเทพมหานคร โดย ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) พบว่า ดีมานด์โดยรวมของคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 69.20%

นางสาวริษิณี สาริกบุตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า จากจำนวนตัวเลขความต้องการซื้ออสังหาฯในตลาดกรุงเทพมหานครนั้น ยังมีโอกาสขยายตัวได้ โดยเฉพาะทำเลในพื้นที่เขตเมืองที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อหลากหลายกลุ่ม ทำให้มีจำนวนยูนิตที่ขาย ได้นั้นสูงกว่าในแถบชานเมืองรอบนอก

“จากสถิติตลาดอสังหาฯในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 มีโครงการประเภทคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวใหม่ในตัวเมืองประมาณ 5,611 ยูนิต และสามารถปิดการขายได้ถึง 70% หรือประมาณ 3,937 ยูนิต ซึ่งหากเปรียบเทียบกับทำเลชานเมืองแล้ว ในระดับราคาต่อยูนิตที่ใกล้เคียงกัน ผู้ซื้อมักจะเลือกซื้อคอนโดฯ ที่อยู่ในตัวเมืองมากกว่า เพราะมีการเพิ่มมูลค่าของทุนในระยะสั้นที่สูงกว่า โดยเฉพาะในย่านสุขุมวิทที่มีสถานี BTS ค่อนข้างครอบคลุม จึงทำให้ดีมานด์โดยรวมของคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ยังสามารถเติบโตได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5-7%” นางสาวริษิณี สาริกบุตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่ารถไฟฟ้า BTS จะทำปรับค่าตั๋วโดยสารขึ้นในวันที่ 1 มิถุนายน 2556 เฉพาะในส่วนของเส้นทางสัมปทานระยะทาง 23.5 กม. จากสถานีหมอชิตถึงสถานีอ่อนนุช และจากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ถึงสถานีสะพานตากสิน แต่เชื่อว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาในตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้นอาจจะไม่ใช่ ประเด็นหลัก แต่อาจจะกระทบต่อผู้บริโภคในบางกลุ่ม เนื่องจาก ค่าครองชีพในชีวิตประจำวันที่จะสูงขึ้น

“ราคาค่าโดยสาร BTS ที่จะทำปรับค่าตั๋วโดยสารขึ้นนั้นอยู่ในระดับที่ไม่เกิน 10% จากอัตราค่าโดยสารปัจจุบัน 15-40 บาท แม้ว่าตามกรอบนั้นเราจะสามารถปรับได้สูงสุด 25% ก็ตาม ซึ่งที่ผ่านมา BTS เคยปรับตัวโดยสารขึ้น 10% เช่นกันในปี 2548 ซึ่งผลกระทบที่จะตามมาทั้งในเรื่องจำนวนปริมาณผู้โดยสารที่อาจจะลดลง คงมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก และถึงแม้จะมีผลกระทบก็จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น” นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการ และผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการของ BTS กล่าว

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสในครั้งนี้ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น อาจจะเป็นเพียงความวิตกกังวลในระยะสั้นเกี่ยวกับด้านค่าครองชีพในชีวิตประจำ วัน ซึ่งผู้บริโภคบางกลุ่มอาจจะมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการผ่อนคอน โดฯ หรือจ่ายค่าเช่าห้องชุด เป็นต้น ซึ่งสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวแล้ว แนวโน้มการพัฒนาของโครงการอสังหาฯตามแนวรถไฟฟ้ายังคงเป็นด้านบวกมากกว่าลบ เพราะถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพอาจจะสูงขึ้น แต่ความจำเป็นและความสะดวกสบายของรถไฟฟ้าจะยังคงเป็นทางเลือกหลักสำหรับผู้ ที่ทำงานในกรุงเทพฯเป็นอันดับต้นๆ

เหตุผลสำคัญ ก็เพราะว่า นอกจากจะสามารถบริหารจัดการเวลาได้แล้ว ยังหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดใน กทม.ที่เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากยิ่งในเมืองหลวงของไทย ซึ่งความสะดวกสบายเหล่านี้จะช่วยทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้ายังคงเป็น ที่ต้องการของผู้บริโภค และอยู่คู่กรุงเทพฯไปอีกนาน…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s