การเมืองเสี่ยง-แรงงานขาด!..ผู้ประกอบการชี้ “ไม่มีอะไรจะเสีย?” ตั้งเป้าครึ่งปีหลังอัดโปรโมชั่นโกยยอดเฮือกสุดท้าย!

เริ่มตั้งเข็มทิศกันแล้วสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่แม้ว่าใน ช่วงครึ่งปีแรกจะสามารถกวาดยอดขายกันไปได้ไม่น้อย หากอีก 6 เดือนที่เหลือหลังจากนี้ยังไม่มีอะไรชี้ชัดได้ว่าสถานการณ์ตลาดอสังหาฯจะ วิ่งฉิวหรือสะดุดล้ม เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงในด้านต่างๆที่รอถาโถมเข้ามานั้นทั้งรุนแรงและยากจะ รับมือ โดยเฉพาะปัญหาการเมืองและปัญหาแรงงานขาดแคลนที่หลายฝ่ายต่างกังวลว่า ในครึ่งปีหลังนี้สถานการณ์จะยิ่งหนักข้อกว่าในช่วงที่ผ่านมา

สถานการณ์โดยทั่วไปของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงครึ่งปีแรกต้องยอมรับ ว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ยังเป็นต่อในการครองตลาดซื้อขาย โดยเฉพาะในกลุ่มโครงการแนวสูงที่ยังคงสามารถกระจายตัวออกไปได้เรื่อยๆแม้ว่า ตัวเลขปริมาณหน่วยขายในตลาดสุ่มเสี่ยงต่อการก่อสภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาฯก็ ตาม ซึ่งในประเด็นความเสี่ยงของตลาดอสังหาฯนี้ “ทริสเรทติ้ง” ประเมินว่า ขณะนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นวงจรลักษณะของวัฏจักรขึ้น-ลง และมีการแข่งขันสูง ทำให้ความเสี่ยงในตลาดมีสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบจากต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้นและภาวะการ ขาดแคลนแรงงานในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ส่งผลให้แนวโน้มตลาดในช่วงครึ่งปีหลังยังไม่เปิดไฟเขียวเสียทีเดียวนัก

นายปราโมทย์ ธีรกุล ประธานบริหารโฟร์พัฒนากรุ๊ป และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด เผยว่า สถานการณ์ของตลาดอสังหาฯในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ยังต้องเฝ้าระวัง ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์การเมือง ราคาน้ำมัน และในด้านต้นทุนราคาต่างๆ เนื่องจากผลจากการปรับค่าขึ้นแรง และราคาวัสดุก่อสร้างที่จ่อปรับขึ้นอีกประมาณ 5-7 % จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหาสำคัญอย่าง วิกฤตแรงงานที่ขาดแคลนที่จะเห็นผลชัดเจนในครึ่งปีหลังนี้

“ปกติ แล้วในช่วงครึ่งปีหลังตลาดอสังหาฯจะคึกคักกว่าในช่วงครึ่งปีแรก จากพฤติกรรมลูกค้าที่มักจะนิยมซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยต่างๆในช่วงปลายปี แต่สำหรับปีนี้ปัจจัยเสี่ยงต่างๆยังคงมีมาอย่างต่อเนื่องทั้งปัญหาต้น ทุนราคาวัสดุก่อสร้างและปัญหาวิกฤตแรงงานขาดแคลน ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลให้ยอดรายได้ไม่เติบโตเท่าที่ควร จากการส่งมอบงานที่อาจจะต้องล่าช้าหรือเสร็จไม่ทันกำหนด”

ด้าน นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เผยว่า ปริมาณหน่วยขายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงต่อวิกฤตฟอง สบู่ เนื่องจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ในบางประเภทเริ่มมีการขายที่ชะลอตัว โดยเฉพาะในทำเลต่างจังหวัดที่ในขณะนี้ตลาดแนวราบไม่คึกคักเท่ากับตลาดอสัง หาฯประเภทห้องชุด

โดยจากรายงานการสำรวจปริมาณหน่วยขายที่เหลือของแต่ละจังหวัด ในเขตเมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยวพบว่า แม้ปริมาณหน่วยขายที่คงเหลือจะมีปริมาณไม่มาก หากด้วยราคาขายที่ตั้งเอาไว้สูงและไม่สอดคล้องกับทำเลและกำลังซื้อ ส่งผลให้ตลาดซื้อขายชะลอตัวลงจนแทบจะหยุดนิ่ง อาทิ ใน จ.เชียงใหม่ โครงการบ้านเดี่ยวระดับบน ราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป มีหน่วยขายคงเหลือประมาณ 150 หน่วย และมีอัตราการขายที่ช้ามาก เช่นเดียวกับใน จ.เชียงราย โครงการห้องชุดระดับ 5-10 ล้านบาท ก็มีอัตราการขายที่ช้าเช่นกัน

สำหรับพื้นที่ในทำเลชายฝั่งทั้งในภาคตะวันออกและภาคใต้ ต่างก็ประสบปัญหาเกี่ยวกับการขายที่ไม่กระเตื้องเท่าที่ควร เนื่องจากปัจจัยในด้านราคาและกำลังซื้อที่สวนทางกัน โดยปริมาณโครงการอสังหาฯระดับหรูทั้งโครงการบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม ที่มีราคาระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป ต่างติดไฟแดงในตลาดแทบทั้งสิ้นแม้จะเป็นโครงการในทำเล Sea Side เนื่องจากการตั้งราคาขายที่สูงลิบและกำลังซื้อจากต่างชาติที่ลดลงจากวิกฤต เศรษฐกิจในฝั่งยุโรป ส่งผลให้กำลังซื้อในตลาดมีจำนวนน้อยกว่าหน่วยขายที่คงค้างอยู่ในตลาดขณะนี้

“โครงการแนวราบทำเลริมหาด ส่วนใหญ่มักมีปัญหาคล้ายๆกัน คือ มีราคาขายที่สูงเกินระดับ 10-20 ล้านบาทขึ้นไป ทำให้มีสินค้าค้างขายในตลาดปริมาณมากตั้งแต่ 100-250 หน่วย ทั้งในพื้นที่จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ อย่างหัวหิน หรือปราณบุรี นอกจากนี้ในเขตเมืองใหญ่อย่างนครศรีธรรมราช ก็ประสบปัญหาเดียวกันนี้เช่นกัน เนื่องจากสินค้าที่อาจมีปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ที่มีราคาค่อนข้างสูง หรือที่ตั้งอยู่ในทำเลไม่ดี เป็นต้น”


ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าในส่วนของโครงการในฝั่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรืออีสานบ้านเฮานั้นแทบจะไม่มีปัญหาในการขายแต่อย่างใด เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ที่เข้าไปทำตลาดนั้นเป็นกลุ่มสินค้าในตลาดกลาง-ล่าง และมีกลุ่มผู้ซื้อจากทั้งในพื้นที่และนักลงทุนจากส่วนกลางเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี ที่ตลาดอสังหาฯสามารถเติบโตได้ในทุกเซ็กเม้นท์ จากอานิสงค์โครงการรถไฟความเร็วสูงและการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)ในปี 2558 นี้

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตลาดอสังหาฯในครึ่งปีหลังนี้ แม้ว่าจะยังไม่ชัวร์ว่าจะรุ่งหรือริ่ง แต่หากมองในระยะยาวแล้ว โอกาสเติบโตยังมีแนวโน้มที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของตลาดอสังหาฯในต่างจังหวัด ที่ยังมีพื้นที่ให้ขยายโซนและพัฒนาตามแนวสถานีรถไฟความเร็วสูงทั้ง 4 เส้นทาง ซึ่งสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมให้ดีในการพัฒนาโครงการตาม ต่างจังหวัดก็คือ การสร้างวงจรของอสังหาริมทรัพย์ให้สามารถเติบโตอย่างเต็มตัวและต่อเนื่อง ทั้งในด้านทำเล กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และคุณภาพงานก่อสร้าง ที่ต้องพร้อมรองรับตลาดในระยะสั้นและระยะยาว

นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่างๆลงได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ก็คือ ความสามารถในการควบคุมต้นทุน และฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ที่จะช่วยเป็นกำลังหนุนให้การพัฒนาโครางการอสังหาฯและการดำเนินงานในธุรกิจ มีประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์และพร้อมรับมือกับทุกวิกฤตได้อย่างเต็มที่!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s