การเมืองป่วน! ฉุดหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างอาการทรุด ชี้รอลุ้นQ3 จะพ้นมรสุมหรือไม่?

การเมืองที่ส่อเค้าร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะแผนงานก่อสร้างโครงการยักษ์ใหญ่อย่างรถไฟฟ้าความเร็วสูงและโครงการบริหารจัดการน้ำมูลค่าหลายแสนล้านบาท ยังอ่อนไหวกับเสถียรภาพทางการเมืองเป็นอย่างยิ่งซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมานับว่าเป็นสถิติใหม่ของวงการรับเหมาก่อสร้างเลยก็ว่าได้ ที่อุตสาหกรรมก่อสร้างคึกคักมากที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี แต่ในเวลานี้สถานการณ์ที่ตึงเครียดและกดดันจากหลายฝ่ายอาจทำให้การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างไม่สดใสอย่างที่คาดหวังเอาไว้มากนัก

เค้าลางความวุ่นวายทางการเมืองที่ส่อแววมาลางๆ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่อ่อนไหวกับประเด็นทางด้านการเมืองเป็นทุนอยู่แล้ว ซึ่งความผันผวนที่เกิดขึ้นจากความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองเหล่านี้ ส่งผลให้ราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างได้ทรุดลงหนักในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอย่างถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น บมจ.ช. การช่าง (CK) , บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR ) , บมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนตรัคชั่น(STEC) รวมทั้ง บมจ.อิตาเลียน-ไทยดีเวลลอปเม้นท์ (ITD) ที่ราคาหุ้นร่วงต่ำกว่าเดือนก่อนหน้า 20-30%

นักวิเคราะห์ จาก บมจ. หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินว่า แม้ว่าแนวโน้มผลประกอบการในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างเหล่านี้จะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ประเด็นทางการเมืองกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างใหญ่หลวง เพราะถึงแม้สถานการณ์ความตึงเครียดดูอาจจะผ่อนคลายลงบ้างหลังการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ แต่โอกาสที่การเมืองไทยจะกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้งก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

“ผลจากความไม่แน่นอนการเมือง ส่งผลให้ราคาหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างทรุดลงในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากโครงการก่อสร้างเมกะโปรเจ็กต์ส่วนใหญ่เป็นของภาครัฐบาลแทบทั้งสิ้น ดังนั้นความวุ่นวายทางการเมืองจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่บรรดานักลงทุนต่างวิตกกังวลและเฝ้าติดตามสถานการณ์ เพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด” สุรชัย ประมวลเจริญกิจ นักวิเคราะห์จาก บมจ. หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าว

โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างกลายเป็นหุ้นยอดฮิตที่บรรดานักลงทุนอยากได้มาไว้ครอบครองเป็นอันดับต้นๆ อันเป็นผลจากเดินหน้าลงทุนโครงการก่อสร้างเมกะโปรเจ็กต์มากมายของภาครัฐ แต่ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จากภาวะตลาดหุ้นที่ถูกกดดันจากเศรษฐกิจโลก และประเด็นทางด้านการเมืองภายในประเทศ ส่งผลให้นักวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างจะยังต้องเผชิญมรสุมไปอีกอย่างน้อย 2 เดือน จึงจะเห็นทิศทางของหุ้นได้ชัดเจนขึ้น

“ถึงแม้ว่าปัญหาการเมืองจะมีผลโดยตรงต่อโครงการเมกะโปรเจ็กต์ใหม่ๆ แต่โครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ อาทิ รถไฟสายสีต่างๆ ยังมีแผนที่จะเปิดประมูลตามเดิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มงานในมือ Backlog ของแต่ละบริษัท และยังเป็นปัจจัยบวกหลักที่คอยสนับสนุนให้แนวโน้มผลประกอบการในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างนี้จะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ตาม สำหรับในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ ภาครัฐก็ยังมีโครงการที่รอจะเปิดประมูลอยู่อีก 4 รายการ ได้แก่
– โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่ 3.3 หมื่นล้าน
– โครงการรถไฟฟ้า สายสีชมพู แคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี 4.2 หมื่นล้านบาท
– โครงการรถไฟรางคู่ เส้นทาง คลองสิบเก้า-แก่งคอย มูลค่าประมาณหมื่นล้านบาท
– โครงการวางท่อก๊าซของ ปตท. มูลค่าประมาณหมื่นล้านบาท
ซึ่งจากงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักวิเคราะห์ยังไม่จัดเรตติดลบให้กับกลุ่มรับเหมาก่อสร้างมากนัก เพราะถ้าหากมองในระยะยาวแล้ว หุ้นกลุ่มนี้ยังเป็นซุป’ตาร์ที่น่าจับตาอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ปรับลด Valuation ลง เพื่อสะท้อนปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองเท่านั้น

แต่ทั้งนี้ บรรดากูรูต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ถ้าจะให้ชัวร์ควรแนะนำเหล่านักลงทุนว่าให้อดใจรอให้ผ่านช่วงมรสุมทางการเมืองไปก่อน หรือถ้าใจร้อน รอติดตามข่าวการอภิปรายฯ พรบ.เงินกู้ 2 แสนล้าน ที่จะนำเข้าสภา เดือนสิงหาคมนี้เดี๋ยวก็รู้!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s