จับทิศ “ค้าวัสดุก่อสร้าง” ครึ่งปีหลัง ..เผยไม่ยั่นเศรษฐกิจชะลอตัว ชี้อุปสงค์แน่นปึ้ก!

ความเคลื่อนไหวในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มาแบบเรื่อยๆเอื่อยในช่วงเดือนที่ผ่านมา ผนวกกับสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศยังไม่ถึงจุดที่น่าไว้วางใจ ทำให้การลงทุนล็อตใหญ่ถูกชะลอแผนไว้ก่อน แต่สำหรับตลาดค้าวัสดุก่อสร้างแล้วช่วงเวลาที่ดำเนินไปอย่างช้าๆในตลาดอสังหาฯนี้ ไม่ได้เป็นปัญหาต่อยอดขายในตลาดมากนัก เนื่องจากในส่วนของการดำเนินงานก่อสร้างยังคงมีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอาจจะไม่คึกคักเท่ากับช่วงไฮซีซั่นก็ตาม

จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยที่มีแนวโน้มชะลอตัวจากผลกระทบปัญหาวิกฤตยูโรโซนแล้ว ปัจจัยลบจากในประเทศทั้งภัยธรรมชาติ ค่าครองชีพ และความผันผวนทางการเมือง อาจจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจภายในประเทศเติบโตได้น้อยกว่าที่ประมาณการไว้ แต่ทั้งนี้อัตราการเติบโตทางธุรกิจยังไม่ถึงขั้นติดลบตามตัวเลขวิกฤตเศรษฐกิจอย่างที่กังวลกัน เนื่องจากยังมีปัจจัยหนุนจากกำลังซื้อภายในประเทศที่แม้จะไม่พุ่งกระฉูดเหมือนช่วงครึ่งปีแรก แต่ก็ยังพอมีหวังที่จะประคองตัวผ่านพ้นปี 2556 ได้แบบมีกำไร

นักวิเคราะห์จาก บมจ. หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เผยว่า กลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบและความเสี่ยงในด้านต่างๆมากที่สุดก็คือ กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากการลงทุนในกลุ่มดังกล่าว มีตัวแปรทั้งจากกลุ่มลูกค้าที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อีกทั้งมีตัวแปรสำคัญอย่างประเด็นการเมืองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้มีโอกาสได้รับความเสี่ยงจากการลงทุนมากขึ้นตามไปด้วย

“เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวส่งผลต่อกำลังซื้อของนักลงทุนชาวต่างชาติ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากความไม่ชัดเจนของโครงการเมกะโปรเจ็กต์ และสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่เป็นจุดอ่อนไหวของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง ทำให้นักลงทุนไม่กล้าเสี่ยงในการปูพรมโครงการเหมือนในช่วงต้นปี แต่การลงทุนที่ขยายตัวออกไปยังหลายจังหวัดหลายพื้นที่ ทำให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องอย่าง ค้าวัสดุก่อสร้าง ได้รับอานิสงค์มีการขยายตัวตามไปด้วย ซึ่งการเข้าถึงทำเลและกลุ่มตลาดใหม่ ส่งผลดีต่อการสร้างแบรนด์และช่วยขยายฐานลูกค้ารายย่อย ที่กลายมาเป็นกำลังซื้อหลักมากกว่าลูกค้าโครงการได้เป็นอย่างดี”

นอกจากนี้ สำหรับภาพรวมของตลาดค้าวัสดุก่อสร้างในครึ่งปีหลังนั้น ผู้ประกอบการมองว่ายังมีโอกาสที่ตลาดจะเติบโตได้อีก เนื่องจากมีปัจจัยบวกทั้งในกลุ่มผู้ซื้อรายย่อยที่เพิ่มขึ้นจากการขยายฐานธุรกิจและการขยายสาขาในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง และกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการที่ให้ความสนใจสินค้าในกลุ่มโครงสร้างสำเร็จรูปมากขึ้น ทำให้ความต้องการสินค้าวัสดุก่อสร้างยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

โดย นายสาธิต สุดบรรทัด รองกรรมการผู้จัดการสายการขายและการตลาด บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT เผยว่า ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างในต่างจังหวัดมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น จากการลงทุนขยายสาขาห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ และการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งแนวราบและแนวสูงของผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามหัวเมืองใหญ่ ทำให้ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างในครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มการขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าโครงสร้างสำเร็จและไม้สังเคราะห์

“แม้หลายฝ่ายกังวลว่าเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะชะลอตัวลง แต่เรามองในแง่ที่ดี เนื่องจากภาคเอกชนยังมีการลงทุนขยายสาขา และลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นแรงหนุนที่ดีต่อตลาดวัสดุก่อสร้างในครึ่งปีหลัง อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้ซื้อรายย่อยที่มีความต้องการสินค้าทั้งในรูปแบบการซ่อมแซมและก่อสร้างบ้าน ซึ่งผู้บริโภคในต่างจังหวัดนิยมเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่มากขึ้น ทำให้สินค้าวัสดุก่อสร้างสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อสัดส่วนยอดขายของสินค้าวัสดุก่อสร้างให้เพิ่มขึ้นอีก 14-15% จากปีก่อน” นายสาธิต กล่าว

ทั้งนี้ นอกจากกำลังซื้อหลักที่มาจากกลุ่มผู้ซื้อรายย่อยแล้ว การขยายตลาดไปสู่กลุ่มผู้ซื้อระดับโครงการ ก็เป็นอีกหนึ่งฐานลูกค้าสำคัญที่จะช่วยผลักดันยอดขายให้เติบโตได้อย่างมั่นคงมากขึ้น เนื่องจากการขยายตัวของโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวสูงที่ไปปักหลักทำเลต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ค้าวัสดุก่อสร้างต้องปรับตัวและเพิ่มการทำตลาดที่มุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการมากขึ้น เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆและผลักดันการขายสินค้าให้เป็นที่รู้จักและสร้างแบรนด์ของสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มได้อย่างแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการประเมินความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในประเทศในช่วงครึ่งปีหลังนี้ นักวิเคราะห์ต่างยังกังวลกับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจฝั่งตะวันตกที่ยังคงเรื้อรังและยืดเยื้อ จนอาจทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศไม่สามารถเติบโตได้ตามที่คาดการณ์กันไว้ แต่บรรดาผู้ประกอบการก็ได้แต่คาดหวังกันว่า การลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ในประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้น จะเป็นการจุดประกายให้กับการลงทุนในภาคธุรกิจต่างๆ ให้เติบโตได้อย่างตลอดรอดฝั่งในครึ่งปีหลังที่เหลือ โดยไม่โดนปัจจัยลบด้านใดด้านหนึ่งกระหน่ำไปเสียก่อนกลางคัน!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s