“ท่องเที่ยว-อสังหาฯ” กุญแจดอกไหนที่ “ชินโซ อาเบะ” จะใช้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจชาติซามูไรได้ก่อนลานหมด!

หลังจากที่ผ่านวิกฤตเลวร้ายทั้งภัยธรรมชาติครั้งใหญ่อย่างสึนามิและวิกฤตการเงินในฝั่งซีกโลกตะวันตก ทำให้ญี่ปุ่นได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ซึ่งสิ่งที่เป็นกรณีศึกษาสำหรับชาติยักษ์ใหญ่ที่ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติเศรษฐกิจอย่าง “ญี่ปุ่น” ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนใหม่อย่าง “นายชินโซ อาเบะ” คือ การกอบกู้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นให้ฟื้นคืนสภาพภายในระยะเวลาที่จำกัด ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่า วิกฤตเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในครั้งนี้จะผ่านไปได้ด้วยดีหรือไม่ภายใต้การดำเนินนโยบาย Abenomics นี้

ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา “ญี่ปุ่น” ได้ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างสุดตัว ทั้งการลดค่าเงินเยนให้อ่อนค่าลงเพื่อกระตุ้นให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในญี่ปุ่นมากขึ้น และการส่งเสริมมาตรการด้านการท่องเที่ยว เพื่อดึงกำลังซื้อจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งความพยายามของนายกรัฐมนตรี “ชินโซ อาเบะ” กับมาตรการกู้วิกฤตเศรษฐกิจชาติซามูไรในครั้งนี้นับว่าได้ผลเร็วเกินคาด เพราะจากมาตรการดังกล่าว ดันอัตรา GDP ของญี่ปุ่นสูงขึ้นกว่าปีก่อนถึง 4.1%

“เศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนในอัตราร้อยละ 4.1 ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ดีของ Abenomics ที่ส่อแววประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นคาดหวังว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวดีขึ้นอีกอย่างน้อยร้อยละ 2 ในปีหน้านี้ โดยมาตรการที่ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องก็คือ มาตรการค่าเงิน และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวรวมไปถึงการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้นหลังจากเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นเรื่อยๆ”


โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศญี่ปุ่น) เผยว่า แม้ว่าปริมาณอสังหาริมทรัพย์ในตลาดอสังหาฯญี่ปุ่นมีปริมาณที่มากขึ้น แต่ราคาขายรวมไปถึงราคาที่ดินยังไม่มีทีท่าว่าจะลดราคาลงแต่อย่างใด โดยเฉพาะในใจกลางกรุงโตเกียว ที่บรรดาอาคารสำนักงานให้เช่ามีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 70% ซึ่งปัจจัยบวกที่ส่งให้ตลาดอสังหาฯของญี่ปุ่นคึกคักเป็นอย่างมากในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาก็คือ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น หรือ Abenomics นั่นเอง

“มีปัจจัยหลายๆประการที่มีอิทธิพลต่อตลาดการลงทุนซื้อโครงการอสังหาริมทรัพย์ อาทิ คุณค่าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและมีความเสี่ยงต่ำ หรือ อสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาไม่สูงมากและมีโอกาสที่มูลค่าจะปรับสูงขึ้นได้ในระยะต่อไป นอกจากนี้นโยบายของภาครัฐฯยังคงมีผลต่อกระแสการลงทุนทั้งในเชิงบวกและลบขึ้นอยู่กับมาตรการของรัฐบาลของประเทศนั้นๆที่มีออกมา” ดร.มีแกน วอลเตอร์ส ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ของโจนส์แลงลาซาลล์ กล่าว

ทั้งนี้ จากมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังของ Abenomics ที่ยังคงกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่องนั้น จะช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่นที่ซบเซามาตั้งแต่วิกฤตสึนามิปี 2011 ขยายตัวขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 50% เนื่องจาก “ญี่ปุ่น” เป็นกลุ่มประเทศที่มีการลงทุนซื้อขายที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ซึ่งจากการสำรวจความเห็นของนักลงทุนจากทั่วโลกโดย โจนส์ แลง ลาซาลล์ ระบุว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นที่เพิ่มสูงขึ้นตามทิศทางของเศรษฐกิจมหภาคของญี่ปุ่น ส่งผลให้การลงทุนซื้อขายในตลาดอสังหาริมทรัพย์และโครงการอสังหาฯพาณิชย์ในช่วงครึ่งปีแรกนี้มีมูลค่ารวมสูงถึง 20,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“ญี่ปุ่นได้พยายามกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดอื่นๆที่ใกล้เคียงกับโตเกียวมากขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับภูมิภาคด้วย โดยส่งเสริมมาตรการจูงใจนักท่องเที่ยวจากต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยวในญี่ปุ่นมากขึ้น ซึ่งการขยายกลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวไปยังจังหวัดอื่นๆมากขึ้น ทำให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์รอบนอกกรุงโตเกียวขยายตัวตามไปด้วย โดยเฉพาะโครงการในบริเวณใกล้เคียงกับสถานีรถไฟหรือสนามบินเพื่อรองรับกลุ่มกำลังซื้อที่เป็นนักท่องเที่ยวมากขึ้น”

อย่างไรก็ตาม การลงทุนซื้อขายโครงการอสังหาริมทรัพย์หรืออาคารสำนักงานให้เช่าในญี่ปุ่นช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นกว่าปีก่อนครึ่งต่อครึ่ง เนื่องจากนักลงทุนมองว่า เป็นโอกาสที่ดีที่จะเข้าไปลงทุนในช่วงที่ญี่ปุ่นยังคงมาตรการค่าเงิน และโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเมืองสำคัญๆอย่างโตเกียวก็ยังเป็นที่ต้องการของนักลงทุนจากทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดอสังหาฯในญี่ปุ่นคึกคักกว่าช่วงปีก่อนผิดหูผิดตา

“นักลงทุนรายใหญ่จากสหรัฐฯ แคนาดา และตะวันออกกลาง เริ่มกลับเข้ามาลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์เอเชียแปซิฟิกอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่นักลงทุนเอเชียไม่ว่าจะเป็นกองทุนหรือบุคคลที่มีฐานะยังคงสนใจลงทุนอย่างคึกคัก ทำให้เกิดความต้องการสำหรับการลงทุนซื้อโครงการอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคนี้สูงขึ้น โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่นและออสเตรเลียซึ่งยังมีรายการซื้อขายที่อยู่ระหว่างการเจรจาอีกจำนวนมาก และหากในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ญี่ปุ่นยังคงสถานะการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และอาจจะเป็นสัญญาณในการขยับราคาขายให้สอดคล้องกับมูลค่าของตลาดด้วย” นายสจ๊วต โครว์ ผู้อำนวยการหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของ โจนส์ แลง ลาซาลล์ กล่าว

ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่น่ายกย่องและควรนำมาเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติทั้งในด้านการสังคมและการเมืองก็คือ ในยามเกิดวิกฤตร้ายแรงดินแดนแห่งแสงอาทิตย์อย่าง “ประเทศญี่ปุ่น” ยึดมั่นต่อ “ความมีวินัย” และ “ความรับผิดชอบต่อสังคม” เป็นอย่างมาก ซึ่งความแข็งแกร่งของชาติซามูไรนี้ได้แสดงให้ชาวโลกได้เห็นว่า การจะนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตอันร้ายแรงได้นั้น นอกจากจะต้องมีปัจจัยสำคัญที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ “ความซื่อสัตย์” และ “ความมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติ” ที่จะเป็นตัวตัดสินว่า “ประเทศชาติ” จะรุ่งเรืองหรือ…ล่มจม!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s