“ภาระหนี้สิน” ปัญหาใหญ่ครึ่งปีหลัง นักวิเคราะห์หวั่นผู้บริโภคแบกไม่ไหวเสี่ยงฟองสบู่

ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจต้องเตรียมกลยุทธ์กันอย่างหนักสำหรับอีก 5 เดือนท้ายของปี 2556 นี้ ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สภาวะเศรษฐกิจในประเทศเกิดการชะลอตัวในหลายภาคส่วนนั้น นอกจากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจโลกแล้ว ปัญหารายได้และหนี้สินในภาคครัวเรือนก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้กำลังซื้อหยุดชะงักจากภาระหนี้ที่สูงขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงปลายปี 2555 เป็นต้นมา

นโยบายรถคันแรกและบ้านหลังแรกของภาครัฐที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณสัดส่วนหนี้สินต่อภาคครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้ผู้บริโภคหลายรายไม่ผ่านการขออนุมัติสินเชื่อในการซื้อโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนที่มากขึ้นกว่าปีก่อนๆ โดยจากการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลของ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เผยว่า ข้อมูลตัวเลขสัดส่วนของผู้บริโภคที่ไม่สามารถขอกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ในปัจจุบันอาจสูงถึงระดับ 12-15% ของจำนวนผู้จองซื้อในตลาดทั้งหมด

“จากการสำรวจสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในขณะนี้ พบว่ามีการซื้อเพื่อการเก็งกำไรมากขึ้น และอาคารชุดที่ทยอยสร้างเสร็จกำลังประสบปัญหาการโอนพอสมควร เนื่องจากมีสัดส่วนของผู้จองซื้อและไม่สามารถขอกู้เงินจากสถาบันการเงินได้เพิ่มมากขึ้น จากเดิมคาดว่ามีอยู่ต่ำกว่า 5-6% แต่ขณะนี้คาดว่าอาจสูงถึง 12-15% ซึ่งกรณีเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อสถานะของบริษัทพัฒนาที่ดินได้ในระดับหนึ่ง ยิ่งหากผู้ได้รับสิทธิการกู้ แต่ไม่สามารถผ่อนชำระต่อได้ และกลายเป็นหนี้เสีย ก็อาจยิ่งส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินได้ในภายหลัง” ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส กล่าว

ทั้งนี้ ได้มีการคาดการณ์ว่าปริมาณอุปทานในตลาดอสังหาฯครึ่งปีหลัง อาจชะลอกว่าครึ่งแรกของปี 2556 อยู่ประมาณ 10-15% แต่ถ้าหากภาวะเศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นกลับมาในสภาวะบวกได้ ก็อาจมีการเติบโตเท่ากับครึ่งแรกของปีได้ โดยเฉพาะสินค้าโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีฐานของแบรนด์และผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมียอดรายได้และผลกำไรที่โดดเด่น เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันของภาวะตลาดชะลอตัวและปริมาณของกำลังซื้อที่อยู่ในระดับต่ำลงด้วย

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์จาก บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ประเมินว่า ยอด Presales ใหม่เริ่มส่งสัญญาณอ่อนตัว ตั้งแต่ช่วงกลางปี และคาดว่าในช่วงที่เหลืออีก 5 เดือนของปี 2556 นี้ จะเริ่มเห็นสัญญาณการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยชะลอตัวลง ทั้งในกลุ่มที่เป็น Real Demand คือ โครงการประเภทแนวราบ และกลุ่มเก็งกำไรคือกลุ่มคอนโดมิเนียม โดยเป็นผลมาจากการคาดการณ์เศรษฐกิจที่เติบโตต่ำและความกังวลต่อการปล่อยสินเชื่อทั้งในกลุ่มของตลาดระดับกลาง-ล่าง และกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง

“ปัจจัยเสี่ยงหลักยังคงเป็นความเสี่ยงด้านผู้บริโภค โดยความกังวลต่อภาระหนี้สิน และอัตราการกู้ไม่ผ่านที่เริ่มมีเพิ่มมากขึ้น ทำให้ตลาดชะลอตัวลง นอกจากนี้สถาบันการเงินยังเพิ่มการเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อสำหรับกลุ่มที่ขอสินเชื่อบ้านหลังที่ 2 ขึ้นไป มากขึ้นอีกด้วยเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย” เติมพร ตันติวิวัฒน์ นักวิเคราะห์จาก บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงค์กิมเอ็งฯ กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากความเสี่ยงในการผ่อนชำระหนี้ที่ผู้บริโภคต้องแบกรับมากขึ้นจากภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสียขึ้นได้ ทำให้สถาบันการเงินยิ่งมีความวิตกกังวลและอาจกระทบต่ออัตราการกู้ไม่ผ่านในภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซึ่งแนวทางที่จะนำมาแก้ไขปัญหาได้ดีที่สุด อาจจะไม่ใช่ประเด็นที่ว่า ทำอย่างไรลูกค้าจึงจะสามารถกู้ผ่านได้… แต่สิ่งสำคัญก็คือ ทำอย่างไรลูกค้าจึงจะสามารถซื้อสินค้าที่เหมาะสมกับตัวเองได้และไม่กลายเป็นภาระที่เกินตัว..จนเกิดผลเสียต่อทั้งระบบเศรษฐกิจ!

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s