โพล ECBER ชี้ คอนโดฯ ขอนแก่น “เสี่ยงเก็งกำไร” ผวาผู้จองไม่มีกำลังส่ง

นายสมบูรณ์ คูวัฒนสุชาติ เศรษฐกรอาวุโส ส่วนเศรษฐกิจภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ได้ร่วมกับศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำรวจเรื่อง “ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมในจังหวัดขอนแก่น” ระหว่างเดือน พ.ค. – มิ.ย. 2556 พบว่า กว่า 18% ของผู้ซื้อคอนโดในจังหวัดขอนแก่นเป็นการซื้อเพื่อ “การลงทุนหรือเก็งกำไร” แบ่งเป็นการจองซื้อเพื่อขายใบจองทำกำไรระยะสั้น 5.4% และจองซื้อเพื่อขายต่อทำกำไรหลังโอนกรรมสิทธิ์ 12.6%

“โดยผู้ซื้อกว่า 1 ใน 4 จองซื้อมากกว่า 1 ยูนิต ส่วนใหญ่ของผู้จองซื้อ จะจองซื้อโครงการที่มีราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท สอดคล้องกับผลสำรวจตลาดพบว่า คอนโดส่วนใหญ่ มีระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ยกเว้นในบางทำเล เช่น ทำเลถนนศรีจันทร์ ใจกลางเมืองขอนแก่น ที่ราคาคอนโดสูงกว่า 2 ล้านบาท โดย “ราคา” เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจจองซื้อคอนโด รองลงมา คือ ทำเล และเงินดาวน์ต่ำ” นายสมบูรณ์ กล่าว

ในส่วนของเงินดาวน์ พบว่ามีสัดส่วนเงินดาวน์ต่อราคาอาคารชุดอยู่ที่ประมาณ 13% ถือว่าค่อนข้างสูง โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอาชีพพนักงานเอกชน และข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เป็นกลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาท มีสัดส่วน 18% เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยง ในด้านความสามารถในการขอสินเชื่อ และการผ่อนชาระเงินกับสถาบันการเงินคอนโดในขอนแก่นมีการเปิดโครงการเป็นจำนวนมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลต่อภาวะล้นตลาด หรือฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์

การสำรวจโครงการคอนโดที่เปิดให้จองซื้อในเขตอำเภอเมือง ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงสิ้นไตรมาสแรกที่ผ่านมา 39 อาคาร อีก 8 อาคารเปิดให้จองซื้อในปี 2553 – 2554 รวม 47 อาคาร โดยมีจำนวนห้องชุดเปิดขายรวมทั้งสิ้น 5,664 ยูนิต หากนับรวมกับโครงการที่คาดว่าจะเปิดขายในอนาคตอีก 2,366 ยูนิต จะทำให้มีจำนวนยูนิตรวมถึงกว่า 8,030 ยูนิต ยังไม่รวมโครงการที่เปิดก่อนปี 2555 ที่เหลือขายอยู่อีก 698 ยูนิต ขายได้แล้ว 3,820 ยูนิต หรือ 67.4% คงเหลือคอนโดมิเนียมเป็น อุปทานในตลาดทั้งสิ้น 1,844 ยูนิต หรือมีจำนวนยูนิตเหลือขายคิดเป็น 32.6%

ตัวเลขดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคอนโดในขอนแก่น มีอุปทานคอนโดเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา โดยแม้ว่าจะถูกจองซื้อไปแล้วกว่า 70% แต่โครงการส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งผู้ประกอบการ และผู้ซื้อ ยังมีความเสี่ยงในการที่โครงการจะไม่สามารถสร้างให้แล้วเสร็จได้ตามสัญญา รวมทั้งกรณีที่ผู้จองซื้อไม่สามารถรับโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ หลังจากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งด้านอุปทาน และอุปสงค์ขึ้นในอนาคต อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในจังหวัดขอนแก่นได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s