นักวิเคราะห์เตือน อย่ากังวล “การเมือง” จนลืม “น้ำท่วม” ชี้พายุเข้า-น้ำเหนือมาแล้ว!!

ข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่ประกาศเตือนพายุทั้งอูตอร์และพายุมังคุด ที่ส่งผลให้ทั้งภาคเหนือและภาคอีสานมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในตอนบนของประเทศ ซึ่งสถานการณ์เหล่านี้อาจจะเป็นหนึ่งสัญญาณเตือนให้พื้นที่ที่เคยถูกน้ำท่วมเป็นประจำ เตรียมตัวรับมือกับเหตุน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่สำคัญต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องรอให้น้ำทะลักเข้าเขตเศรษฐกิจของจังหวัดตัวเองก่อน

ในช่วงที่การเมืองเข้มข้นทั้งในและนอกสภาฯ ทำให้หลายฝ่ายรวมถึงนักธุรกิจและผู้ประกอบการต่างๆพากันจับตาสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด จนเกือบลืมปัจจัยเสี่ยงสำคัญอีกประการหนึ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้เช่นกัน อย่างเหตุ “อุทกภัย” ที่ปีนี้ประเทศไทยพลอยฟ้าพลอยฝนจากอิทธิพลพายุหลายลูก ทำให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ในภาคเหนือ ซึ่งสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเช่นนี้ พื้นที่ที่เคยประสบเหตุน้ำท่วมมาแล้วไม่ควรประมาทเป็นอย่างยิ่ง เพราะน้ำที่ท่วมในพื้นที่ภาคเหนือกำลังจะลัดเลาะมาตามทางน้ำธรรมชาติจากที่สูงลงสู่ที่ลุ่มต่ำ

นักวิเคราะห์จาก บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เผยว่า หากประเมินจากระดับความเสี่ยงทางการเมืองในช่วงไตรมาส 3 นี้ ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก เนื่องจากสถานการณ์อาจมีการลดความรุนแรงลงจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามไปอย่างเด็ดขาดก็คือ สถานการณ์น้ำท่วม ที่หากขาดการเข้ามาดูแลและบริหารจัดการตั้งแต่เนิ่นๆแล้ว อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศให้ทรุดตัวยาวตลอดอีกครึ่งท้ายปี 2556 นี้

“แนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวส่งผลให้การลงทุนในตลาดต่างๆเริ่มชะลอตัวตาม นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นทั้งในสภาฯและนอกสภาฯ ต่างส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การลงทุน เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลในประเด็นความรุนแรง ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการชุมนุม แต่สิ่งที่ทีมวิเคราะห์ MBKET ให้น้ำหนักมากกว่า คือ การพิจารณา พรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากมีผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานของบริษัทเอกชน ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ และที่มองข้ามไม่ได้คือ สถานการณ์น้ำท่วมที่ยากจะคาดเดาได้จากภัยธรรมชาติ ที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเปลี่ยนสถานการณ์ได้อย่างคาดไม่ถึง” ทีมวิเคราะห์ MBKET จาก บมจ.เมย์แบงค์กิมเอ็งฯกล่าว

นอกจากนี้ ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจไทยมีการชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังปี 2556 ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่มีอิทธิพลต่อสถานการณ์และความกดดันทางเศรษฐกิจภายในประเทศ คือ สถานการณ์ของเศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจจีน และ ปัจจัยการเมืองในประเทศ ทั้งนี้ โอกาสการฟื้นตัวของการลงทุนในธุรกิจต่างๆ ยังคงได้รับแรงกดดันจากผลกระทบทางด้านการเมืองและปัจจัยทางเศรษฐกิจไม่น้อย โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจธนาคาร ค้าปลีก และ อสังหาริมทรัพย์ มีโอกาสเสี่ยงที่จะซบเซาจากความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของเศรษฐกิจและการเมืองมากเป็นพิเศษ

แต่อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ประเมินว่า ประเด็นสำคัญที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในเดือนสิงหาคมนี้ นอกจาก การพิจารณาร่าง พรบ.นิรโทษกรรม และ การพิจารณาร่างงบประมาณประจำปี 2557 ในวันที่ 14-15 สิงหาคมนี้แล้ว การพิจารณาร่าง พรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2-3 และการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 2/56 ของไทย ก็อาจจะมีผลต่อปัจจัยการชุมนุมทางการเมืองด้วยเช่นกัน

แต่ในขณะที่การพิจารณาวาระต่างๆในสภาฯยังไม่สิ้นสุดลงนั้น ปัจจัยเสี่ยงที่มาแรงแซงโค้งที่สุด คือ สถานการณ์น้ำท่วม ที่แม้ว่า ขณะนี้โครงการบริหารจัดการน้ำยังเดินหน้าไม่ได้ แต่อย่างน้อยจังหวัดที่เคยมีประสบการณ์ “แช่น้ำท่วม” ก็ควรมีการวางแผนบริหารจัดการน้ำไว้คอยรับมืออุทกภัย …และไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำรอยเดิมๆ

เพราะถึงแม้ว่า ปัจจัยเสี่ยงทางด้านการเมืองจะร้อนแรง แต่แรงพิโรธของภัยธรรมชาตินั้นรุนแรงกว่า …และที่สำคัญไม่เลือกข้าง ไม่เลือกสี ไม่เลือกพื้นที่เสียด้วย!!

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s