ฟันธงสินค้าขาขึ้น(ราคา)!…จับตาโผตัวเก็งวัสดุก่อสร้างประเภทใดออกตัวแรงสุด?

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2556 กันแล้ว ซึ่งในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมามีความเปลี่ยนแปลงในฝั่งวัสดุก่อสร้างกันไม่น้อย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ สถานการณ์ราคาอาจมีความผันผวนมากกว่าที่ประเมินกันไว้เนื่องจากมีปัจจัยด้านต้นทุนค่าขนส่งและค่าแรงคอยเข้าแทรกแซงเป็นระยะๆ

ในช่วงครึ่งปีแรกราคาวัสดุก่อสร้างอาจจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่หวือหวาอะไรมากนัก เนื่องจากปริมาณการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยไม่มีเพิ่มขึ้นมากจนผิดหูผิดตา แต่ในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นมา หลังจากที่โครงการบริหารจัดการน้ำ และโครงการแผนพัฒนาระบบคมนาคมทางราง และรถไฟความเร็วสูง เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้มีการกระจายตัวของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและการเตรียมพร้อมของผู้รับเหมาในการดำเนินการก่อสร้างโครงการเมกะโปรเจ็กต์นับแสนล้านบาท

จากตัวเลขดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ของปี 2556 ที่ผ่านมา อัตราการเปลี่ยนแปลงของสินค้าหลักในหมวดวัสดุก่อสร้าง ยังคงทรงตัว มีเพียงสินค้าประเภทปูนซีเมนต์ และคอนกรีต เท่านั้นที่มีการขยับราคาขึ้นเป็นระยะๆ โดยจากข้อมูลล่าสุดเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดัชนีราคาขยับขึ้นร้อยละ 0.1 ซึ่งเป็นผลมาจากวัตถุดิบหลักไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน

“การลงทุนของภาคเอกชนในการก่อสร้างโครงการต่างๆ ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 0.9 ทำให้ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ยังเติบโตจากเดือนก่อนที่ร้อยละ 9.9 ส่งผลให้ปริมาณความต้องการสินค้าในตลาดยังมีอย่างต่อเนื่อง และมีผลต่อราคาขายปลีกในตลาดตามกลไกตลาด”

นอกจากนี้ สินค้าวัสดุก่อสร้างในหมวดเทหล่อกับที่และวัตถุดิบผลมหลัก อย่างอิฐ หิน ดิน ทราย ก็มีแนวโน้มขยับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย รวมถึงสินค้าในกลุ่มยางมะตอยที่ปรับขึ้นตันละ 150-200 บาท

อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐยังเดินหน้าสานต่อโครงการพัฒนาระบบคมนาคม และการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง รวมทั้งโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะส่งผลให้ความต้องการสินค้าวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นในแทบทุกหมวดประเภท แต่ในกลุ่มที่จะได้รับอานิสงค์เต็มๆจากปัจจัยต้นทุนและวัตถุดิบการผลิตก็คือ กลุ่มปูนซีเมนต์ และคอนกรีต ที่มีโอกาสจะขยับราคาขึ้นอีกตันละ 200-300 บาทในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้

“โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาประเทศของภาครัฐยังเป็นแรงหนุนหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมก่อสร้างยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และส่งผลให้ความต้องการปูนซีเมนต์ คอนกรีต และหิน ทราย มีเพิ่มมากขึ้นไปจนถึงปี 2557 นอกจากนี้กลุ่มสินค้าประเภทคอนกรีตมวลเบา และผลิตภัณฑ์ทดแทนไม้ ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่น่าจับตา เนื่องจากภาคการก่อสร้างนิยมใช้ในงานมากขึ้น” สุรชัย ประมวลเจริญกิจ นักวิเคราะห์จาก บล.เมย์แบงก์กิมเอ็งฯ กล่าว

สำหรับสถานการณ์ราคาเหล็กนั้น ช่วงนี้อาจจะยังไม่ใช่นาทีทองของวงการเหล็กสักเท่าไหร่ เพราะปีนี้ราคาวัตถุดิบเหล็กในตลาดโลกยังคงทรงตัว ทำให้ราคาขายในตลาดไม่มีการขยับไปในแนวบวกเลย นอกจากนี้ปริมาณความต้องการใช้เหล็กในตลาดโลกก็ยังคงลดลง เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้นำอย่างจีน มีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจพอสมควร ทำให้ปริมาณเหล็กค้างสต๊อกมีมากเพียงพอต่อการใช้งานไปจนถึงปี 2558

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าสินค้าวัสดุก่อสร้างจะขยับราคาขึ้นๆลงๆ แต่แนวโน้มในระยะยาวตลาดยังคงมีทิศทางที่สดใส เพราะการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคยังต้องพึ่งพาภาคก่อสร้างทั้งในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มโครงการก่อสร้างและพัฒนาระบบขนส่งพื้นฐาน ซึ่งสิ่งสำคัญในนาทีนี้อาจจะไม่ใช่ราคาวัสดุก่อสร้างที่ผู้ประกอบการกังวลกัน แต่เป็นประเด็นที่ว่า เมื่อไหร่จะได้ตอกเสาเข็มเริ่มเดินหน้าก่อสร้างกันอย่างเต็มสูบเสียที!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s