วันนี้ที่เปลี่ยนไปของ “อีสานบ้านเฮา” เมืองท่าชั้นดีของ AEC ในปี 2558

เอกลักษณ์ทั้งทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวดินแดนที่ราบสูงฝั่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย หรือที่เรามักเรียกกันติดปากว่า “ภาคอีสาน” สะท้อนความเป็นตัวตนได้อย่างชัดเจน ซึ่งแม้ในอดีตจะมีแรงงานและผู้คนย้ายถิ่นฐานไหลออกจากผืนแผ่นดินดังกล่าว แต่ในปัจจุบันจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจและการคมนาคม ทำให้ภาคอีสานกลายเป็นด่านพรมแดนสำคัญที่สามารถเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างสะดวกทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ส่งผลให้ ภาคอีสานในวันนี้ไม่ใช่พื้นที่แห้งแล้งกันดารอีกต่อไปแล้ว หากเป็นเมืองท่าค้าขายที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์

 

พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่มีพื้นที่รวมกว่า 20 จังหวัด ทำให้ภาคอีสาน กลายเป็นภูมิภาคที่มีอัตราส่วนประชากรมากที่สุดในประเทศไทย โดยเฉพาะในเมืองศูนย์กลางของภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา ที่มีระดับประชากรในพื้นที่สูงกว่า 3 ล้านคนต่อจังหวัด ส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจปรับตัวสูงขึ้นจากปริมาณประชากรที่เพิ่มขึ้นทั้งจากการกลับถิ่นฐานและการไหลเข้าของแรงงานและการค้าจากพื้นที่ใกล้เคียง

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เผยว่า สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เห็นตรงกันก็คือ จุดแข็งของภาคอีสานในด้านศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มจังหวัดขอนแก่น และอุดรธานี ที่มีกำลังซื้อจากผู้บริโภคเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งในส่วนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่ในปัจจุบัน ผู้บริโภคในท้องถิ่นมีโอกาสและทางเลือกมากขึ้นจากการเข้าไปขยายธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่

“ผู้บริโภคมีความสนใจตลาดอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของโครงการอสังหาฯแนวราบและแนวสูง ทำให้ผู้ประกอบการมีการแข่งขันกันมากขึ้นในตลาดต่างจังหวัด ซึ่งล่าสุด บริษัท ศุภาลัยฯ เองก็กำลังเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ในจังหวัดอุดรธานีด้วยเช่นกัน โดยตั้งเป้าจะเข้าไปทำตลาดแนวราบก่อน โดยกำหนดเปิดจองช่วงปลายเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้าทั้งในจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง ให้ความสนใจซื้อที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก” นายไตรเตชะ กล่าว

ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลด้านราคาที่ดินและราคาที่อยู่อาศัยในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยนั้น มีการปรับตัวขึ้นหลายเท่าตัว โดยเฉพาะในจังหวัดใหญ่ที่บางทำเลในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ มีการตั้งราคาขายเริ่มต้นที่แทบจะไม่แตกต่างจากโครงการอสังหาฯในกรุงเทพฯเลยทีเดียว

“โครงการคอนโดมิเนียมในเมืองอุดร ราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่ยูนิตละ 1-1.9 ล้านบาท ส่วนราคาบ้านเดี่ยวสตาร์ทที่ระดับ 2-3 ล้านบาทต่อหลัง ซึ่งส่วนหนึ่งที่ราคาขายเริ่มต้นค่อนข้างสูงเนื่องจากราคาที่ดินที่ดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันบางพื้นที่มีการซื้อขายที่ดินเปล่ากันสูงถึงไร่ละ 10 ล้านบาท”

แต่ถึงแม้ว่าราคาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จะไม่ถูกนัก แต่กำลังซื้อที่มีอยู่ในท้องถิ่นก็ยังคงไม่ลดน้อยถอยลงไป เนื่องจากกลุ่มประชากรในพื้นที่จังหวัดใหญ่ๆในภาคอีสาน อาทิ ขอนแก่น อุดรธานี นับเป็นแหล่งงานแหล่งสร้างเงินที่สำคัญของภูมิภาค ส่งผลให้ประชากรในจังหวัดมีรายได้สูงเป็นอันดับต้นๆในภาคอีสานเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การที่จังหวัดในภาคอีสานมีเส้นทางการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านคู่ค้าสำคัญอย่างประเทศลาวแล้ว ยังเป็นประตูสู่อินโดจีนสำหรับการติดต่อค้าขาย ที่เพียบพร้อมด้วยศักยภาพทางด้านการคมนาคมและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค อาทิ สนามบินนานาชาติ , โรงแรมระดับ 5 ดาว , ห้างสรรพสินค้า และแหล่งช้อปปิ้งที่ทันสมัยครบวงจร , ร้านอาหารชั้นนำรวมถึงโรงภาพยนตร์ที่ทันสมัย ทำให้มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและเกิดเงินหมุนเวียนในระบบนับหมื่นล้านบาท ทั้งจากกลุ่มผู้ค้าจากประเทศเพื่อนบ้านเดินทางเข้า-ออกเพื่อทำธุรกิจรวมถึงค้าขายที่มีมากกว่า 300 คนต่อวัน รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 2 ล้านคนต่อปี

สิ่งเหล่านี้ ทำให้เป้าหมายความเป็น “เมืองท่า” ของ AEC ไม่ไกลความจริงเกินไปนัก เพราะภาคอีสานบ้านเฮา มีพร้อมสรรพทุกอย่างตามเป้าหมาย เหลือก็เพียงแค่รอเวลาที่ทุกฝ่ายจะร่วมมือร่วมใจกันก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างสมบูรณ์ในปี 2558 เท่านั้น!!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s