อสังหาฯสบายใจ…อัตราหนี้เสียสินเชื่อบ้านอยู่ในระดับต่ำ ชี้จะไม่มีซ้ำรอยวิกฤตฟองสบู่

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ยังไม่กลับมาดีดตัวไปในทิศทางบวกสักเท่าไหร่ ทำให้ความคาดหวังสุดท้ายไปกองรวมกันอยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 ซึ่งนับเป็นช่วงไฮซีซั่นของทุกตลาดธุรกิจ โดยเฉพาะในฝั่งภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องลุ้นเป็นพิเศษ เพราะไตรมาสสุดท้ายนี้จะเป็นช่วงวัดโค้งอันตรายที่บรรดาผู้ประกอบการจะแข่งกันปิดยอดขายได้เข้าเป้าหรือไม่

สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ผู้ประกอบการต่างพยายามกระตุ้นยอดขายในตลาดอสังหาฯให้กระเตื้องกันอยู่หลายแคมเปญ หากจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังทรงตัว ประกอบกับผลกระทบจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ภาคธนาคารต่างจับตาสินเชื่อโครงการต่างๆอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสินเชื่อภาคอสังหาฯที่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีเสียงเตือนมาเป็นระลอกเกี่ยวกับสัญญาณฟองสบู่ ทำให้ตลาดอสังหาฯจึงค่อนข้างเงียบเหงาทั้งจากฝั่งผู้ประกอบการและผู้บริโภค

จากข้อมูลพิเศษในงานสัมมนา “ผลกระทบจากปัญหาหนี้ครัวเรือน” โดยผู้บริหารจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ (NCB) เผยว่า หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นของประชากรไทยมาจากหลายปัจจัย ทั้งจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ของประชาชนในประเทศและความคาดหวังการเติบโตของรายได้ในอนาคต ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้และการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีนโยบายกระตุ้นการบริโภคจากภาครัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้ตัวเลขหนี้ภาคครัวเรือนต่อรายได้ประชาชาติ (Household Debt to GDP) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาสู่ระดับ 77.5% ซึ่งสูงกว่าในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ที่มีเพียง 30% เท่านั้น

“แม้ว่าตัวเลขสถิติออกมาจะอยู่ในเกณฑ์ที่สูง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเลขที่แท้จริงอาจจะต่ำกว่ารายงานที่ออกมา เนื่องจากมีการนับซ้อน (Double Count) ในกรณีที่สหกรณ์ออมทรัพย์กู้เงินจากแหล่งหนึ่ง เพื่อไปปล่อยสินเชื่อให้กับผู้กู้ที่แท้จริง และ 2) กรณีการใช้สินเชื่ออเนกประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ควรนับเป็นหนี้ภาคครัวเรือนแต่ควรจะนับเป็นหนี้ภาคธุรกิจมากกว่า”

นอกจากนี้ จากสถานการณ์หนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ธปท. ,สภาพัฒน์ , กระทรวงการคลัง ยังคงจับตาดูสถานการณ์ตัวเลข Household debt to GDP อย่างใกล้ชิด โดยภาครัฐประเมินว่า หากระดับสถิติตัวเลขสูงเกินกว่าระดับที่ 85% แล้ว อาจจะเป็นสัญญาณอันตรายต่อทั้งสภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเงินของประเทศด้วย

ทั้งนี้ จากข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ (NCB) เผยว่า กลุ่มที่มีสัญญาณอันตรายมาจากสินเชื่อส่วนบุคคล หรือสินเชื่ออเนกประสงค์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด โดยพบการเพิ่มขึ้นของการค้างชำระหนี้ในอัตราที่สูง ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นอีกกลุ่มที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษหลังจากมียอดการเติบโตสูงในช่วงที่ผ่านมา แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่ถือว่าอยู่ในระดับที่น่ากลัว

ด้านสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เป็นกลุ่มที่ถือว่าการค้างชำระหนี้ยังอยู่ในอัตราที่ต่ำและยังไม่เห็นสัญญาณอันตรายแต่อย่างใด โดยกลุ่มที่มีปัญหาหลักได้แก่กลุ่มรายได้น้อยที่มียอด Outstanding Loans ต่ำกว่า 100,000 บาท

“ส่วนหนึ่งที่ทำให้ยอดสินเชื่อในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังไม่อยู่ในเกณฑ์กลุ่มเสี่ยง เนื่องจากทางสถาบันการเงินเริ่มระมัดระวังมากขึ้น โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีปริมาณของการตรวจสอบข้อมูลเครดิตเพื่อตรวจสอบสถานะทางการเงินของผู้กู้เดิมเพิ่มขึ้นสูงกว่าการขอข้อมูลเพื่อปล่อยสินเชื่อใหม่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสถาบันการเงินต่างๆ มีความระมัดระวังและมีการตรวจสอบข้อมูลของลูกค้าเงินกู้รายเดิมมากขึ้นในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว” วรพล วิรุฬห์ศรี นักวิเคราะห์จาก บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์กิมเอ็งฯ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยขณะนี้ อาจจะถือว่ายังอยู่ในช่วงการปรับตัวเพื่อรองรับการขยายตัวทางด้านต่างๆ ซึ่งความหวังของนักลงทุนและผู้ประกอบการธุรกิจต่างพุ่งไปยังจุดเดียวกัน คือ การลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ด้านคมนาคมและโครงการรถไฟความเร็วสูงของภาครัฐ ที่เปรียบเสมือนเป็นแสงจุดประกายให้เศรษฐกิจไทย ที่อีก 3 เดือนข้างหน้านี้ เราคงจะรู้ได้ว่าแสงไฟที่ว่าจุดติดในระดับไหน?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s