อสังหาฯแนวราบเสียววูบ..กรมป้องกันสาธารณภัยฯเตือนน้ำท่วม 11 จังหวัดฝั่งอีสาน-ตะวันออก

ช่วงนี้พายุพัดเข้าฝั่งเอเชียกันอย่างถ้วนหน้า ซึ่งประเทศไทยที่ถือว่ายังโดนปลายๆแถวก็ยังได้รับผลกระทบไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ปริมาณน้ำสะสมสูงกว่าปรกติและเอ่อล้นเข้าท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งในปีนี้เป็นคราวของฝั่งภาคตะวันออกและภาคอีสานที่ประสบเหตุอุทกภัยไปหลายแห่ง แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งนักธุรกิจและผู้ประกอบการทั้งหลาย อดวิตกกังวลกันไม่ได้ก็คือ ปีนี้หลายทำเลที่ไม่เคยโดนน้ำท่วมเมื่อครั้งมหาอุทกภัยกลับโดนน้ำท่วมในครั้งนี้อย่างจัง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประกาศเตือนให้ทั้งประชาชนและทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากพายุดีเปรสชั่นที่อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ในช่วงปลายสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายนนี้ โดยพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง รวมถึงจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และเครื่องสูบน้ำเพื่อความพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ได้แก่ จังหวัดมุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และสุรินทร์ รวมถึงภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดสระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด ที่อาจมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยว่า ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่นที่พัดเข้าสู่ประเทศเวียดนามและลาว ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยและภาคตะวันออกจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ ดังนั้นทางกรมป้องกันฯ จึงได้เตรียมประสานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยง เช่น ที่ลุ่มริมน้ำ ที่ลาดเชิงเขา พื้นที่จุดอ่อนเกิดน้ำท่วมขังบ่อยครั้ง เป็นต้น ให้กำชับให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษเพื่อรับมือกับผลกระทบจากพายุดีเปรสชั่นอย่างเต็มที่

“ขณะนี้มีพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมไปแล้วหลายแห่งทั้งในส่วนของฝั่งภาคอีสานเอง และภาคตะวันออก นอกจากนี้น้ำป่ายังไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนในการให้ความช่วยเหลือและรับมือจากผลกระทบดังกล่าว และพยายามควบคุมสถานการณ์มิให้รุนแรงขยายวงกว้าง ทั้งนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป”

ทั้งนี้ พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุดีเปรสชั่นทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก หลายพื้นที่เป็นแหล่งชุมชนและเขตเศรษฐกิจสำคัญที่เมื่อครั้งมหาอุทกภัยไม่ประสบภัยน้ำท่วมหนัก แต่ในครั้งนี้เข้าข่ายจังหวัดที่ถูกเตือนเป็นพื้นที่สีแดงเสี่ยงน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดระยอง จันทบุรี สระแก้ว และตราด รวมไปถึงดินแดนที่ราบสูงอย่าง จังหวัดอุบลราชธานี มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และสุรินทร์ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการพัฒนาธุรกิจอสังหาฯที่กำลังแตกธุรกิจขยายกิจการไปทางฝั่งอีสานและภาคตะวันออก ถึงกับติดเบรกรอสัญญาณปลอดภัยจากน้ำท่วมเป็นการชั่วคราว

โดย นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน เผยว่า สิ่งที่วิตกกังวลในช่วงไตรมาสสุดท้ายที่เหลือของปี 2556 นี้ ก็คือ เกรงว่าสถานการณ์อาจจะไม่เป็นดังที่คาดการณ์ไว้ ด้วยเพราะความกังวลของผู้บริโภคต่อการเสพข่าวสารที่มีออกมาว่า ภาวะเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ช่วงขาลงหรือถดถอย ปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง กอปรกับช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนและมีฝนตกเกือบทุกวัน ทำให้ความสนใจเรื่องการซื้อขายบ้าน หรือความต้องการสร้างบ้านหลังใหม่ในระยะนี้จึงยังอยู่ในภาวะชะลอตัว และหากเกิดเหตุน้ำท่วมซ้ำอีกอาจจะทำให้กำลังซื้อหรือความต้องการสร้างบ้านปรับตัวลดลงประมาณ 5-10 % ได้

“ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ตลาดอสังหาฯอาจจะซบเซากว่าที่คาดการณ์กันไว้ อาจจะมาจากสาเหตุสำคัญๆ ก็คือ ประการแรก ความกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับปัญหาน้ำจะท่วมซ้ำอีกในปีนี้ และประการที่สอง ผลกระทบจากเศรษฐกิจของประเทศที่เริ่มชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลก ทั้งสองปัจจัยมีผลทำให้กำลังซื้อหรือความต้องการสร้างบ้านหลังใหม่ชะลอตัวลง และอาจส่งผลให้ยอดขายตลอดทั้งปีต่ำกว่าเป้าหมายที่ประเมินไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” นายสิทธิพร กล่าว

ด้านนายมานะ จิระนภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้อมบุญ จำกัด เผยว่า แม้ว่าตลาดอสังหาฯอาจจะมีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วม แต่สำหรับในทำเลกรุงเทพฯแล้ว ตลาดอสังหาฯ แนวราบย่านชานเมืองในฝั่งกรุงเทพฯตะวันออกยังถือว่าเป็นทำเลศักยภาพที่น่าลงทุนของผู้ประกอบการอยู่ เนื่องจากโซนกรุงเทพฝั่งตะวันออกย่านนี้ไม่เกิดน้ำท่วมในปีที่ผ่าน ส่งผลให้มูลค่าที่ดินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ทั้งในโซน ศรีนครินทร์และเส้นถนนบางนา-ตราด

“หากเทียบราคาต่อตารางเมตรแล้ว พื้นที่ที่อยู่ในโซนที่ไม่ถูกน้ำท่วมมีการปรับราคาขยับขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งหากปีนี้เกิดน้ำท่วมซ้ำขึ้นอีก ก็อาจจะทำให้สัดส่วนความต้องการที่อยู่อาศัยระหว่างที่อยู่อาศัยแนวราบกับแนวสูงกลับมาเบียดแย่งตลาดกันอีกครั้งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และแนวโน้มของตลาดอสังหาฯแนวสูงจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะตัวแปรทางด้านราคาที่ดินและทำเลจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถกลับมาตีตลาดและดึงกลุ่มลูกค้าจากตลาดแนวราบได้อีกครั้ง”


อย่างไรก็ตาม ตลาดอสังหาฯแนวราบที่ครองใจคนไทยมานานอาจจะยังไม่ถึงขั้นวิกฤต เพราะถึงแม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมอาจจะเป็นปัจจัยลบที่ลดทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไปบ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้วเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย กำลังซื้อในตลาดนี้ก็ยังไม่เคยหายไปไหน

สุดท้ายแล้วก็คงขึ้นอยู่กับว่าทั้งผู้ประกอบการและภาครัฐจะสามารถรับมือกับสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมได้ดีขนาดไหน เพราะถึงอย่างไรชัยภูมิที่เป็นที่ราบลุ่มของไทยที่เป็นมาตั้งแต่อดีตกาลคงจะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ …ดังนั้น สิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวังจากทางภาครัฐและผู้ประกอบการอสังหาฯจริงๆแล้วอาจจะเป็นเพียงแค่…เราควรจะสร้างบ้านแบบไหนให้เราอยู่ได้โดยที่เราไม่ต้องขนของหนีน้ำท่วมกันอย่างทุกวันนี้!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s