“แสนสิริ”เชื่อมั่นแบรนด์ยังแกร่ง – ดึง“นาราสิริ”ฮึดยอดตามเป้า4หมื่นล้าน

ถึงแม้แสนสิริจะเจอมรสุมจากปัญหาโฟมแทรกในผนัง ที่โครงการเดอะเบส สุขุมวิท77 และกรณีทางเข้า-ออก โครงการดีคอนโดฯ รามอินทรา เป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของแบรนด์“แสนสิริ” ได้อย่างชัดเจน จากการตอบรับของลูกค้าที่ยังคงให้ความเชื่อมั่นในการดูแลลูกบ้าน จึงไม่ทำให้แสนสิริหวั่นไหว ล่าสุดรุกพัฒนาบ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์ “นาราสิริ” เพื่อให้ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับบนมากยิ่งขึ้น เปิดตัวนาราสิริ 3 โครงการใหม่ บางนา/พุทธมณฑลสาย 1/พระราม 2 ซึ่งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน และนักธุรกิจ

นายเมธา อังวัฒนพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจ และพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวบ้านหรู ภายใต้แบรนด์ ” นาราสิริ ” บนพื้นที่ 3 ทำเลทอง บางนา , พุทธมณฑล สาย 1 และพระราม 2 มูลค่าโรงการรวม 6 พัน 7 ร้อยล้านบาท เป็นโครงการบ้านจัดสรรระดับ ไฮเอนด์ เจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักธุรกิจที่ทำงานในละแวกนั้นๆ โดย “นาราสิริ” บางนา เป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดจากทั้ง 3 โครงการ มีจำนวนยูนิต ถึง 101 ยูนิต มูลค่าโครงการ 3 พัน 5 ร้อยล้านบาท ราคาเริ่มต้นที่ 23 ล้านบาท จนถึง 60 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอย 375 ถึง 521 ตารางเมตร ตกแต่งสไตล์เบฟเวอรี่ ฮิล ย่านที่อยู่อาศัยของไฮโซ ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยขณะนี้ เปิดขายไปแล้วบางส่วน และสามารถขายพรีเซลล์ ไปได้แล้ว 30 ยูนิต

สำหรับการทำการตลาดโครงการ นาราสิริ จะสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ ในทุกช่องทาง หรือ ทุก ทัส พ้อยต์ เช่น การทำสปอต โฆษณา บนโทรทัศน์ ความยาว 45 วินาที เริ่มออนแอร์แล้ว , การโฆษณาผ่านนิตยสาร , หนังสือพิมพ์ , วิทยุ และตั๋วเครื่องบิน หรือ บรอดดิ้ง พาส เป็นต้น รวมทั้งในวันที่ 28 และ 29 กันยายนนี้ จะจัดกิจกรรม พรีวิสิท ( Pre-Visit ) พาลูกค้าที่สนใจจะซื้อบ้านเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างด้วย

ขณะที่ ยอดขายบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียม ในเครือแสนสิริ 9 เดือนที่ผ่านมา มียอดขายแล้ว 4 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายที่วางไว้ช่วงต้นปีที่ 4 หมื่น 8 พันล้านบาท คาดว่า ช่วงที่เหลือของปี จะสามารถทำได้ตามเป้าหมาย ด้านโครงการแนวราบ หรือ บ้านจัดสรร มียอดขายถึง 1 หมื่น 1 พันล้านบาท จากที่ตั้งไว้ 1 หมื่น 6 พันล้านบาท โดยมั่นใจว่า ไตรมาสสุดท้ายของปี หลังจากเปิดตัวบ้านเดี่ยวอีก 3 โครงการ คือ เศรษฐสิริ สันทราย จังหวัด เชียงใหม่ , เมททาวน์ บางนา และสราญสิริ ถนนพหลโยธิน จะเป็นปัจจัยที่ทำยอดขายเป็นไปตามที่ตั้งไว้แน่นอน

“ด้านภาพลักษณ์ของแบรนด์แสนสิริ ที่ช่วงหลังมีกระแสด้านลบบ้าง ปัญหาเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ แต่มั่นใจว่า จะไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างแน่นอน เนื่องจากมีการดูแลหลังเกิดปัญหาเป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน แสนสิริ ก็มีระบบการตรวจสอบที่ดี รวมทั้งผู้รับเหมา ก็เป็นบริษัทที่เคยร่วมงานมานาน มีประสบการณ์ในการก่อสร้าง เชื่อว่า ลูกค้าจะพิจารณาจากจุดนี้มากกว่า” นายเมธา กล่าว
ในส่วน ภาพรวมตลาดบ้านจัดสรร ระดับสูง ยังเติบโตต่อเนื่องในระดับ 5-10 % แม้เศรษฐกิจจะไม่ค่อยสดใสนัก เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความสามารถในการใช้จ่ายสูง การแข่งขันไม่รุนแรงเท่าตลาดล่าง เพราะลูกค้าเน้นทำเลมากกว่าราคา ขณะที่ภาวะต้นทุนในการสร้างบ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะต้นทุนด้านการก่อสร้างที่สูงกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมากว่า 20 % ในวงจรการสร้างบ้านจัดสรร จะมีการวางแผนในการดำเนินโครงการประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการขาย ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 3 ปีในการขายให้ครบยูนิต จากนั้นจะทำการโอนบ้านให้ลูกค้า โดยใช้เวลาประมาณ 1 ปี รวมแล้วในการสร้างบ้านจัดสรรตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย จะใช้เวลารวมประมาณ 5 ปี

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s