จับตาอาเซียนสู่ AEC : จัดอันดับขวัญใจนักลงทุน “ประเทศม้ามืด” แห่งเอเชียแปซิฟิก

อีกไม่กี่เดือนเราก็จะก้าวเข้าสู่ปี พ.ศ. 2557 หรือ ค.ศ. 2014 ซึ่งนับว่าใกล้เข้ามาทุกขณะสำหรับการเปิดเสรีเศรษฐกิจและการค้าในกรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ในปี 2558 ซึ่งสำหรับกลุ่มประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศนี้ นอกจากจะถูกจับตาจากทั้งกลุ่มนักลงทุนและผู้นำจากกลุ่มประเทศทั่วโลกแล้ว ในปี 2556 นี้ก็ได้มีการสำรวจความเห็นและมุมมองของบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง CEO ในระดับภูมิภาคเอเชียด้วยว่า หากจะจัดอันดับความน่าสนใจของกลุ่มประชาคมน้องใหม่นี้ ชาติใดที่เป็นกลุ่มประเทศ “ม้ามืด” ในดวงใจที่คุ้มค่าต่อการเข้าไปลงทุนเผชิญหน้ากับความเสี่ยงมากที่สุด

สถานการณ์เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนในขณะนี้อาจจะยังไม่ถึงขั้นสดใส เพราะมีปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกและภายในของแต่ละประเทศคอยรุมเร้ามากเกินไป โดยเฉพาะสำหรับประเทศไทยที่ในปีนี้ คาดว่าจะมีการปรับลดประมาณการ GDP ลงจากเดิม และอาจจะต่ำกว่าระดับ 4.00% เนื่องจากมีปัจจัยลบจากเหตุอุทกภัยเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งหากมองภาพรวมของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศนั้น กลุ่มระดับผู้นำในอาเซียนที่เป็นที่น่าจับตาและน่าสนใจมากที่สุดส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจสูงและมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ GDP ในอัตราก้าวหน้าและมีความเสี่ยงต่อการชะลอตัวหรือถดถอยในอัตราที่ต่ำ

จากการสำรวจเก็บข้อมูลของ Price Water House Couper หรือ PwC (ประเทศไทย) รายงานข้อมูลว่า จากการสำรวจความคิดเห็นและมุมมองของบรรดา CEO ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก พบว่า CEO ส่วนใหญ่มั่นใจในศักยภาพกลุ่มประเทศในอาเซียน และประเมินว่าธุรกิจในระยะยาวยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ “อินโดนีเซีย” , “พม่า” , “เวียดนาม” และ “ฟิลิปปินส์” เนื่องจากมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วของชุมชนเมือง อีกทั้งมีจำนวนประชากรชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีดีมานต์ของการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานอันจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเจริญเติบโตของรายได้ แม้ในระยะสั้นมีปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ วิกฤติหนี้ในยุโรป และเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว

นาย ศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน PwC ประเทศไทย เผยว่า จากการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้บริหารระดับสูงและผู้นำในอุตสาหกรรมชั้นนำ จำนวน 478 คน ในภูมิภาค รวมถึงกลุ่มประเทศสมาชิก Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) ทั้งหมด 21 ประเทศ มีบรรดาซีอีโอที่แสดงความมั่นใจมากต่อการเติบโตรายได้ทางธุรกิจ (Revenue Growth) ของตนในระยะ 12 เดือนข้างหน้ามากถึง 42% นอกจากนี้ยังมีซีอีโอถึง 68% ที่ระบุว่า มีแผนที่จะขยายการลงทุนเพิ่มในปี 2557 แม้ยังมีความกังวลของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและเงินทุนไหลออกนอกภูมิภาคเป็นปัจจัยเสี่ยง ซึ่งกลุ่มประเทศที่นักลงทุนมีความสนใจเข้าไปลงทุนเป็นอันดับต้นๆแม้จะมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเผชิญ ได้แก่

– ประเทศอินโดนีเซีย มีนักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุด 19%
– รองลงมาได้แก่ ประเทศพม่า 11%
– ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศเวียดนามได้อันดับเท่ากันที่ 7%

ทั้งนี้ กลุ่มประเทศทั้ง 4 ที่กล่าวมาข้างต้น ยังถูกจัดอันดับให้เป็น ‘ม้ามืด’ ทางเศรษฐกิจในภูมิภาค เนื่องจากแม้จะไม่ใช่กลุ่มที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งอย่างสิงค์โปร์ แต่โดยรวมแล้วจัดว่าเป็นกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากทั้งกลุ่มแรงงานที่มีทักษะที่เพิ่มขึ้น , การมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เติบโต บวกกับความมีเสถียรภาพของประชาธิปไตย และทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นต้น

นอกจากนี้ จากข้อมูลรายงานของ PwC ประเทศไทย ยังวิเคราะห์ว่า จุดเด่นของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิกที่ดึงดูดให้นักลงทุนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายก็คือ การมี Resilience ของเศรษฐกิจ หรือมีความยืดหยุ่นในด้านการปรับตัวของภาวะเศรษฐกิจในระดับสูง ซึ่งจุดเด่นข้อนี้อาจจะกลายเป็นจุดแข็งในการก้าวขึ้นเวทีประชาคมอาเซียนได้ เพราะความยืดหยุ่นนี้จะมีส่วนสำคัญในการช่วยการปรับตัวเมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตต่างๆได้เป็นดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา

“สิ่งที่บรรดานักลงทุนและผู้บริหารให้ความสำคัญต่อการเข้าไปประกอบกิจการหรือธุรกิจนั้น นอกจากจะเป็นความร่วมมือกันของภาครัฐฯในการที่จะเร่งรัดให้เกิดการสนับสนุนในเรื่องของกรอบตกลงทางการค้า การลงทุนแล้ว การเปลี่ยนแปลงของการใช้กฏหมายข้อบังคับ (Change to regulatory) และ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure development) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไฟฟ้า ขนส่ง น้ำ และ สาธารณสุข รวมทั้งความร่วมมือกันในด้านอื่นๆทั้งในและนอกภูมิภาค จะส่งผลในเชิงบวกต่อธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังจะกระตุ้นให้เกิดกระแสการลงทุนใหม่ๆจากต่างประเทศไหลเข้าสู่ภูมิภาคเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย” นาย ศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน PwC ประเทศไทย กล่าว

อย่างไรก็ตาม นี่อาจจะเป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่มองในมุมที่แตกต่าง เพราะหลายความเห็นมักจะย่องยกให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มอันดับน่าสนใจและน่าลงทุนในภูมิภาคอาเซียน หากในความเป็นจริงแล้ว ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจ และปัจจัยลบภายในบางประการที่ไม่เอื้อต่อการลงทุนในประเทศ ทำให้นักลงทุนจากต่างชาติยังกล้าๆกลัวๆในการเข้ามาลงทุนในไทยแบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

เพราะถึงแม้ในอดีต “ประเทศไทย” อาจจะเคยติดอันดับต้นๆของกลุ่มประเทศผู้นำในอาเซียน แต่ในปัจจุบันและอนาคต เราไม่อาจนำเอาอดีตมาตัดสินได้ เพราะประเทศไทยในวันนี้ แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในด้านปัจจัยเสี่ยงที่ประเทศชาติต้องแบกรับไว้และเป็นปัจจัยเสี่ยงเดียวกันกับที่นักลงทุนเห็น และเกิดความไม่มั่นใจมากพอที่จะขนเงินตัวเองเข้ามาเผชิญหน้ากับความเสี่ยงเพื่อลงทุน!!!

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s