จับตาอาเซียนสู่ AEC : เปรียบมวย “สถาปนิกไทย” พร้อมแค่ไหนกับ AEC ในปี 2558

ภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยมักจะถูกตั้งคำถามเสมอๆว่า เรามีศักยภาพมากพอที่จะไปแข่งขันในเวทีโลกหรืออย่างน้อยในเวทีอาเซียนหรือไม่ ซึ่งมั่นใจว่าผู้ประกอบการไทยทั้งภาคก่อสร้างและภาคอสังหาฯจะตอบอย่างพร้อมเพรียงว่า “เหลือเฟือ” เพราะนอกจากมาตรฐานงานที่เทียบระดับสากลแล้ว ฝีมือก็ยังไม่เป็นรองใครแม้กระทั่งในชาติกลุ่มผู้นำเศรษฐกิจในอาเซียนอย่าง “สิงคโปร์” ก็ตาม

การเปิดประชาคมเศรษฐกิจในกลุ่มชาติสมาชิกทั้ง 10 ประเทศในอาเซียน หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อของ “AEC” จะทำให้มีการเปิดกว้างในการทำการค้าการลงทุนระหว่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จะมีการเปิดกว้างให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือได้อย่างเสรีในกลุ่มวิชาชีพต่างๆ 7 สาขา และ 1 ใน 7 วิชาชีพนั้นก็คือ “สถาปนิก” ที่หลายฝ่ายจับตาว่า นี่อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของวงการสถาปนิกไทยครั้งมโหฬารเลยทีเดียว

“ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบ และต้องเร่งสร้างมาตรฐานที่ชัดเจนของคุณภาพและลักษณะการทำงาน และที่สำคัญ ต้องเร่งสร้างเสริมศักยภาพในด้านต่างๆ ทั้งทักษะฝีมือการทำงาน และทักษะในด้านการสื่อสารให้กับทีมงาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและพร้อมต่อกรกับคู่แข่งในเวทีสากล” นายประภากร วทานยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด กล่าวถึงข้อเปรียบเทียบที่วงการสถาปนิกไทยยังขาดหายไปก่อนออกไปโผบินในต่างประเทศ

โดยในส่วนของภาคธุรกิจของวงการสถาปนิกไทยนั้น สิ่งหนึ่งที่จะสามารถพัฒนาและนำมาเป็นจุดแข็งในการของการออกแบบและตกแต่งของบริษัทต่างๆ โดยเฉพาะในด้าน “ศักยภาพด้านการออกแบบ” ของสถาปนิกไทยที่ได้คุณภาพและมาตรฐานระดับต้นๆ ในอาเซียน ทำให้กล้าที่จะออกปากว่า “เราพร้อมรับมือเมื่อเปิด AEC ได้อย่างแน่นอน”

“สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจได้ว่ามันจะเป็นข้อดีต่อวงการสถาปนิกก็คือ AEC จะทำให้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และจะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีซึ่งกันและกันมากขึ้น และสำหรับสถาปนิกแล้ว ผมเชื่อว่า เราเก่งไม่เป็นรองใคร แต่ AEC จะเป็น..โอกาสอันดีที่จะทำให้เราได้ทำงานร่วมกับสถาปนิกระดับอินเตอร์ ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันผลงานการออกแบบของกลุ่มบริษัท สถาปนิก 49 จะมีอยู่หลายประเทศในเขตเอเชีย อาทิ พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา ฯลฯ แต่เราก็ยังอยากจะก้าวไปข้างหน้าในเวทีนี้อีกขั้น โดยเฉพาะการทำงานบนเวทีเดียวกันกับ บริษัทฯ สถาปนิกจากสิงคโปร์” นายประภากร วทานยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด กล่าว

นอกจากนี้ การตั้งเป้าเกี่ยวกับการทิศทางการพัฒนาของวงการสถาปนิกไทยในเวที AEC นั้น หลายฝ่ายมองไปถึงการ “ยกระดับให้เมืองไทย” ให้เป็น “Design Hub” แห่งภูมิภาคอาเซียน ซึ่งแม้ว่าจะมีเสียงแสดงคำถามกลับมาว่า …จะมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนกับศักยภาพประเทศไทยในปัจจุบัน และคำตอบก็อาจจะออกมาในรูปแบบที่เป็นได้มากกว่าคำว่า “คุณภาพ” และ “มาตรฐาน”

“การแข่งขันในแวดวงสถาปนิกและตลาดออกแบบตกแต่งจะสูงขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลต่อเทรนด์ของสถาปัตย์และวงการออกแบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้จะเข้าสู่การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ก็คือ การสร้างผลงานที่ต้องสร้างสรรค์และไม่อยู่บนพื้นฐานของการลอกเลียนแบบ แต่ต้องมีเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ของตัวเอง และควรรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมของความเป็นอยู่การใช้ชีวิต ซึ่งมันมีผลต่อเทรนด์การออกแบบและการสร้างจุดยืนในเวทีสากลเลยก็ว่าได้”

สุดท้ายนี้ ประภากร วทานยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด ได้กล่าวปิดท้ายในฐานะสถาปนิกที่เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างเมืองตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมาว่า

“สิ่งหนึ่งที่จะแสดงออกได้อย่างชัดเจนถึงความแตกต่างในการทำงานที่ลูกค้าจะสามารถจัดอันดับเราไว้ในใจได้ก็คือ จรรยาบรรณพื้นฐานที่สถาปนิกต้องคำนึงอยู่เสมอว่า …เราไม่ใช่แค่บริษัทสถาปนิก แต่เราคือสถาบัน ที่เห็นคุณค่าของคนเป็นสำคัญ และเราต้องเชื่อมั่นว่า สังคมที่ดี เกิดจากคนที่ดี และเมืองที่ดี ก็เกิดจากสถาปนิกที่มีคุณภาพ ไม่ว่าโครงการนั้นจะเป็นโครงการอะไรแบบไหน สถาปนิกจะต้องนำประสบการณ์ทั้งหมดที่มีออกมาใช้ เพื่อสร้างผลงานที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบของเรา เพื่อเมืองของเรา…และเพื่อโลกของเรา”

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s