ปัจจัยลบปั่นกระแส “ไฮเอนท์” บูม! ผู้ประกอบการเผยอุ่นใจในสถานการณ์ไม่แน่นอน แม้ราคาสูงทะลุเพดาน!

กระแสเกี่ยวกับการเมืองและเศรษฐกิจมีผลกระทบที่อ่อนไหวเป็นอย่างมากสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพราะโครงการต่างๆที่จะเกิดขึ้นนั้นมีส่วนในการพัฒนาต่อยอดจากนโยบายของภาครัฐนำร่องเอาฤกษ์เอาชัยแทบทั้งสิ้น แต่ในขณะนี้สถานการณ์ความผันผวนต่างๆในด้านลบทำให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการไม่มั่นคงตามไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นหลายธุรกิจจึงได้หันหน้าหาทางออกด้วยการเบนเข็มตลาดชั่วคราว โดยมุ่งหันหน้าไปพึ่งพากลุ่มตลาด “เงินเย็น” ที่เคยได้รับความนิยมจนเกิดเป็นกระแส “ตลาดไฮเอนท์”บูมทั่วทุกวงการ

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเคยเป็นช่วงไฮซีซั่นที่บรรดาผู้ประกอบการจะแข่งกันทำกิจกรรมทางการตลาดและจัดโปรโมชั่นเต็มทุกโครงการเพื่อปิดยอดตอนสิ้นปี แต่ในปีนี้ค่อนข้างจะเงียบเหงาเนื่องจากประเทศไทยต้องเผชิญหน้ากับภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมและความวุ่นวายทางการเมือง และยิ่งเมื่อรวมกับสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา จึงส่งผลให้การเปิดขายโครงการยังคงเป็นพื้นที่กิจกรรมของบรรดาผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีฐานลูกค้าที่แกร่งกว่าในการขับเคลื่อนกำลังซื้อในตลาดขณะนี้

จากรายงานตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมฉบับล่าสุดของ คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เผยว่า คอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในไตรมาสที่ผ่านมา ของปี พ.ศ.2556 มีทั้งหมดประมาณ 11,240 ยูนิต โดยที่โครงการส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมืองชั้นใน และมีกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงรายได้สูงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความกังวลในเรื่องหนี้ครัวเรือนในกลุ่มลุกค้าระดับกลางถึงล่าง ดังนั้นจึงได้มีการปรับกลุ่มสินค้าและหันไปพัฒนาโครงการในเขตเมืองชั้นในตามแนวรถไฟฟ้าสายปัจจุบันและส่วนต่อขยายมากขึ้น และตั้งราคาขายที่สูงขึ้นตามกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนไป

“แม้ว่าโครงการที่อยู่อาศัยที่เปิดขายในช่วงที่ผ่านมาจะเน้นไปที่กลุ่มลุกค้าที่มีรายได้ปานกลางลงไปถึงรายได้ต่ำ แต่หลังจากที่ภาวะหนี้ครัวเรือนที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ไตรมาสที่ผ่านมา รวมไปถึงการที่ธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ มีความเข้มงวดในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้ส่งผลให้ผู้ซื้อบางส่วนไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อและไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยที่จะซื้อจากผู้ประกอบการได้ ซึ่งปัญหานี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการ ดังนั้นผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงหันมาพัฒนาโครงการในตลาดราคาที่สูงขึ้นมาอีกระดับ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการขายและการรับรู้รายได้ที่ไม่แน่นอน” นายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าว

ทั้งนี้กลุ่มโครงการที่อยู่อาศัยที่มีการเปิดขายในราคาที่สูงขึ้นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าในทำเลแนวรถไฟฟ้าสายปัจจุบัน โดยราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ที่เปิดขายอยู่ในช่วงก่อนหน้านี้ มีราคาระหว่าง 60,001 – 80,000 บาทต่อตารางเมตร (หรือห้องที่มีราคาประมาณ 1.5 ล้านบาทสำหรับห้องขนาด 25 ตารางเมตรสำหรับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง) แต่ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 22.5%อยู่ที่ประมาณ 90,000-100,000 บาทต่อตารางเมตร และราคาขายที่สูงที่สุดในขณะนี้คือ 250,000 บาทต่อตารางเมตรที่เน้นเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนท์เท่านั้น

“การไต่ราคาของตลาดอสังหาฯในปัจจุบัน เป็นการแข่งขันที่ไม่ธรรมดาระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่แทบทั้งสิ้น ซึ่งราคาขายต่อตารางเมตรที่ไต่สูงสุดแตะระดับ 250,000 บาท หรือราคาเฉลี่ยต่อยูนิตอยู่ที่สนนราคาตัวเลข 10 หลักขึ้นไปเป็นอย่างต่ำ ไม่ได้มีผลกระทบต่อกำลังซื้อที่มีกลุ่มเฉพาะอยู่แล้ว แต่การพัฒนาโครงการมาเพื่อเจาะตลาดซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่เหล่านี้ อาจจะเป็นเพียงการตลาดอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งเป็นผลมาจาก “ต้นทุน” ที่มาสูงอยู่ก่อนแล้ว หรือมาจากการปั่น “กระแส” เพื่อกระตุ้นตลาดและกำลังซื้อในกลุ่มอภิมหาเศรษฐีให้พอเกิดสีสันขึ้นในยามตลาดอสังหาฯช็อคตัวจากปัจจัยลบที่กระหน่ำเข้ามาพร้อมกันอย่างไม่ทันตั้งตัว”

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็น “จุดแข็ง” ที่ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมในกลุ่มตลาดระดับบนยังคงเป็นที่นิยม โดยเฉพาะในทำเลแนวรถไฟฟ้ายังเป็นที่ฮอตฮิตทั้งในตลาดระดับกลางและระดับหรู ก็คือ ความสะดวกสบายในการเดินทาง ความเป็นแหล่งชุมชนและศูนย์กลางทางการค้าและธุรกิจ ซึ่งส่งผลให้อัตราการขายได้ของโครงการที่ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดินสายปัจจุบันไม่เกิน 200 เมตร มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดคือประมาณ 63% แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ก็ตาม

สุดท้ายแล้วการยอมเปลี่ยนเส้นทางการตลาดและกลุ่มลูกค้าเพื่อหวังเจาะกระเป๋าลูกค้าเงินเย็น กลับส่งผลต่อสงครามราคาที่กลับแย่งกันแข่งขันไต่เพดานจนร้อนระอุ! ทำให้ต้องตามดูกระแสของตลาดไฮเอนท์ในช่วงนี้ต่อไปอีกนิดว่า ถ้าหากสถานการณ์ในทางลบยังไม่ซาลง เราจะมีโอกาสได้เห็นราคาขายแตะหลัก 3 แสนบาทต่อตารางเมตรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้หรือไม่!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s