“อสังหาฯพาณิชย์-โรงแรม” มีหนาว! ท่องเที่ยวจ่อเสี่ยงวิกฤต..เผยหาก “การเมืองรุนแรง-ศก.ไม่ฟื้น” ยาวถึงปี 57

แม้จะเป็นช่วงไฮซีซั่นสำหรับฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว แต่ในปีนี้ภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังไม่รู้ว่าจะออกหมู่หรือจ่า เพราะปัจจัยลบสำคัญอย่างเศรษฐกิจและการเมืองยังอยู่ในภาวะที่ตึงตัว ทำให้ความหวังตัวเลขของผลประกอบการในกลุ่มธุรกิจอสังหาฯพาณิชย์โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรมต้องพึ่งทั้งกำลังซื้อจากต่างประเทศและในประเทศในช่วงฤดูท่องเที่ยวตลอดเดือนธันวาคมนี้

จากตัวเลขผลประกอบการตลอด 3 ไตรมาสที่ผ่านมาของปี 2556 กลุ่มธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณนักท่องเที่ยวจากต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 20% ซึ่งส่งผลดีต่ออัตราการเข้าพักและผลกำไรสุทธิที่อาจเพิ่มสูงขึ้นชนิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2556 และ 2557 หากไม่มีตัวแปรที่นอกเหนือการควบคุมอย่างภัยธรรมชาติและปัญหาการเมือง

ทีมนักวิเคราะห์จาก MBKET (บมจ.หลักทรัพย์เมย์แบงก์กิมเอ็ง ประเทศไทย) เผยว่า ผลประกอบการ 9 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจโรงแรมมีผลประกอบการและกำไรสุทธิเติบโตน้อยกว่าที่คาดไว้พอสมควร แม้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยกว่า 21.6 ล้านคนต่อปี ส่งผลให้กลุ่มผู้นำตลาด อาทิ กลุ่มเซ็นทรัล และกลุ่ม ดิเอราวัณ กรุ๊ป มีการปรับกลยุทธ์ในการดึงลูกค้าในช่วงปลายปีกันอย่างดุเดือด

“ปัจจัยด้านราคาก็เป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่มีผลต่ออัตราการเข้าพักและการทำกำไรในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2556 นี้ ซึ่งแม้ว่าอาจจะมีปัจจัยลบเกี่ยวกับประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่บ้าง แต่เรามองว่าหากยังไม่เกิดความรุนแรงถึงขั้นจลาจล นักท่องเที่ยวก็ยังไม่ยกเลิกการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่อาจจะมีการเปลี่ยนโปรแกรมไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น ซึ่งตรงนี้กลุ่มที่ได้รับผลกระทบคือ ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในเขตกรุงเทพฯ ที่จะไม่สามารถทำยอดได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้”

นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ของทีม MBKET Research พบว่า ในช่วงไตรมาสที่ 4/2556 ยังคงมีความเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวกับการบริโภคภายในประเทศ เนื่องจากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ชะลอตัวมาแล้ว 7 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงดำเนินต่อไปก็จะถือว่าเป็น อุปสรรคต่อการฟื้นตัวของการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศเป็นอย่างมาก และอาจจะมีผลต่อเนื่องไปจนถึงปี 2557

“จากตัวเลขผลประกอบการ 9 เดือนของปี 2556 กลุ่มธุรกิจโรงแรมมีผลประกอบการอยู่ในระดับ 4.45 พันล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าที่ประมาณการไว้ถึง 20-30% ดังนั้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของฤดูท่องเที่ยว ก็มีความเป็นไปได้สูงว่ากลุ่มธุรกิจโรงแรมจะเทน้ำหนักไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวในกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองมากนัก”


อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวมระยะยาวแล้ว อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังสามารถเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด เพราะข้อได้เปรียบทั้งในด้านการบริการและการเดินทางที่สามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศใกล้เคียงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทำให้หลังการเปิด AEC จะยิ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและอาเซียนมากยิ่งขึ้น

แต่ทั้งนี้ การคาดการณ์ต่างๆเหล่านี้ อาจจะไปได้ไม่ถึงฝั่งฝัน หากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองไม่คลี่คลาย แต่ส่อเค้าจะรุนแรงขึ้นทุกขณะ ซึ่งเหตุการณ์ความผันผวนที่เกิดขึ้นกับบริหารประเทศนอกจากจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวแล้ว ยังส่งผลต่อสภาวะเศรษฐกิจ ที่ไม่สามารถเติบโตขึ้นได้หากได้รับแต่ปัจจัยลบกดดันรอบด้าน ซึ่งหากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้น และภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังทรงๆทรุดๆ โอกาสที่ปี 2557 จะสดใส คงเป็นได้แค่การคาดหวัง…ที่รอวันเป็นจริง!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s