อุตฯก่อสร้างไปต่อได้แน่ หากอสังหาฯไม่ล้ม ชี้“เหล็ก-ปูน” ปรับขึ้นรับโครงสร้างพื้นฐาน-อสังหาฯในอนาคต

ความกังวลอันใหญ่หลวงของภาคธุรกิจที่เกรงว่าสถานการณ์เศรษฐกิจอาจจะซบเซามากกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ เนื่องจากภาพรวมของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากขึ้นในเดือนที่ 2 ของไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น และแม้ว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปีจะมียอดตุนให้อุ่นใจอยู่บ้าง แต่ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทำให้วิตกกังวลว่าปัจจัยลบต่างๆจะลากยาวไปยังปี 2557 หรือไม่

ในภาคของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมก่อสร้างนั้น แม้ว่าผลกระทบที่จะได้รับส่วนใหญ่จะเป็นปัจจัยลบเกี่ยวกับความเชื่อมั่นในด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคและนักลงทุน แต่จากข้อมูลปริมาณงานรอรับรู้หรือยอด Back Log สำหรับบางบริษัทนั้น ทำให้ความกังวลที่มีต่อสถานการณ์ความผันผวนทางการเมืองและเศรษฐกิจไม่สูงเท่ากับผู้ประกอบการรายย่อย เนื่องจากมีสายป่านทางการเงินที่ยาวกว่าและยังสามารถทยอยเก็บแต้มทำยอดได้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 1-3 ปี ซึ่งจากปริมาณงานที่มีส่งผลต่อการดำเนินงานภาคก่อสร้างที่ยังคงสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดจะชะลอตัวในบางช่วง

จากรายงานข้อมูลดัชนีวัฏจักรธุรกิจ ที่จัดทำโดยสำนักสารสนเทศและดัชนีเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวอยู่ในขณะนี้ มีผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาฯน้อยกว่าในกลุ่มอื่นๆ เนื่องจากในภาพรวมของกลุ่มอสังหาฯและรับเหมาก่อสร้าง ยังคงได้รับปัจจัยบวกจากการขยายตัวของพื้นที่รับอนุญาตก่อสร้างในเขตกุรงเทพฯ และโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าที่ยังคงดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

“การลงทุนของภาคเอกชนในกลุ่มอสังหาฯและอุตสาหกรรมก่อสร้างยังขยายตัวได้ดี โดยพิจารณาได้จากยอดการผลิตปูนซีเมนต์ที่ยังคงขยายตัวแม้ว่าดัชนีวัฏจักรธุรกิจในเดือนกันยายนและตุลาคม มีแนวโน้มชะลอลงของการบริโภคและการลงทุนก็ตาม โดยยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ในเดือนกันยายน 2556 ขยายตัวที่ร้อยละ 3.4 ซึ่งการขยายตัวของกลุ่มสินค้าหมวดก่อสร้าง สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ยังคงขยายตัวได้ดี รวมไปถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเติบโตและกลับเข้าสู่ระดับปกติภายหลังจากที่มีการเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ครึ่งปีหลังของ ปี 2555” แหล่งข่าวจาก สำนักสารสนเทศและดัชนีเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าว

จากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ระบุว่า อัตราการเติบโตของตลาดปูนซีเมนต์สะท้อนความต้องการปูนของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งแม้ว่าขณะนี้ตลาดอสังหาฯจะซบเซาในช่วงไตรมาสสุดท้าย แต่ในระยะยาวแล้วนักลงทุนยังมองว่าตลาดยังมีโอกาสเติบโตได้อีกประมาณ 5-10% ส่งผลให้ตลาดวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะปูนซีเมนต์จะมีความต้องการเพิ่มขึ้นถึง 42 ล้านตันในปี 2558-2559 จากแรงหนุนจากการก่อสร้างโครงการต่างๆภายในประเทศทั้งภาครัฐบาลและเอกชน

“การเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยและคอนโดมิเนียม และการเติบโตของอสังหาฯพาณิชย์ อุตสาหกรรม จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศเพิ่มขึ้นจากประมาณ 34 ล้านตัน เป็น 42 ล้านตัน ในปี 2558-2559 เมื่อรวมกับตัวเลขส่งออกประมาณ 10 ล้านตัน นั้นคือ ปริมาณใช้ปูนซีเมนต์จะสูงถึง 52 ล้านตัน ภายในระยะ 5 ปีข้างหน้านี้”

ทั้งนี้ กลุ่มดัชนีราคาผู้บริโภค สำนักสารสนเทศและดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ยังประเมินถึงภาพรวมเศรษฐกิจของไทยที่อาจจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมืองภายในประเทศที่ยังคงวุ่นวาย รวมทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ยังเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป แต่ก็คาดว่าจะยังสามารถขยายตัวได้ดีตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศไทยยังมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง

และสำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้างในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า นักวิเคราะห์ประเมินว่า สถานการณ์ในภาพรวมอาจจะยังไม่เกิดปัญหาตลาดชะลอตัวมากนัก ยกเว้นว่าวิกฤตแรงงานขาดแคลนที่รุนแรง และปัญหาความล่าช้าของโครงการพัฒนาระบบคมนาคมของรัฐบาลที่ล่าช้าออกไปอย่างไม่มีกำหนด ที่อาจส่งผลต่อการเติบโตของภาครับเหมาก่อสร้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถึงแม้ว่าภาคก่อสร้างจะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นปัจจัยหลักในการขยายตัว แต่ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจและและการลงทุนของภาครัฐก็มีผลต่อนักลงทุนและการเติบโตของตลาดอสังหาฯด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ความผันผวนต่างๆที่เกิดขึ้น ล้วนแต่มีผลกระทบต่อภาคธุรกิจไม่มากก็น้อย ซึ่งแม้ว่าภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมก่อสร้างจะยังเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างไม่สะดุด แต่หากในระยะข้างหน้า ความเสี่ยงจากภาคเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากขึ้น และปัจจัยลบจากปัญหาการเมืองยังไม่คลี่คลาย โอกาสเสี่ยงที่จะต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตย่อมมีความเป็นไปได้สูง ซึ่งก็ได้แต่หวังว่า เศรษฐกิจไทยจะยังคงแข็งแกร่งพอในการต้านทานความเสี่ยงทั้งหลาย มิเช่นนั้นเราคงจะได้เห็นวิกฤตเศรษฐกิจซบเซาในวันที่เราต้องเปิด AEC ก็เป็นได้

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s