แนวโน้มอสังหาฯปี 57 มีแววแข่งดุ ชี้ตลาด “ราคาแพง”และ “ราคาถูก” เบียดแข่งกันสุดโต่ง!

แม้จะใกล้เข้าสู่ช่วงการนับถอยหลังสู่ศักราชใหม่ แต่ช่วงเวลาที่เหลืออีกเดือนเศษๆ ก็ไม่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยเงียบเหงาจนเกินไปนัก เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการต่างพยายามเร่งเดินเกมทำตลาดช่วงโค้งสุดท้ายของปีกันอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่านักวิเคราะห์จากหลายแวดวงจะให้น้ำหนักไปทางลบมากกว่าจากแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันที่ซบเซากว่าที่คาด ซึ่งจากความกังวลในข้อนี้เองที่อาจจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แนวโน้มตลาดอสังหาฯในปีหน้าอาจไม่เติบโตได้สูงเหมือนอย่างที่คาดหวังไว้

ถึงจะมีการตอบรับจากฝั่งผู้บริโภคพอสมควรจากการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 29 ช่วงวันที่ 14 – 17 พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา แต่จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง ทำให้จำนวนผู้เข้าชมงานไม่ได้เบียดเสียดคึกคักมากกว่าปีก่อนๆ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมงานมหกรรมฯในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น บมจ.ศุภาลัย, AP , LPN,QH รวมทั้งผู้ประกอบการที่อยู่นอกตลาดจำนวนมากต่างพร้อมใจกันนำโครงการในตลาดกลาง-ล่างมาเป็นแคมเปญหลักในงานแทบทั้งสิ้น ส่งผลให้มูลค่ารวมยอดขายจากงานไม่พุ่งสูงมากนักเนื่องจากเป็นสินค้าในกลุ่มราคาปานกลางลงมาเป็นส่วนใหญ่

นักวิเคราะห์จาก บมจ.หลักทรัพย์เมย์แบงค์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) เผยว่า สาเหตุหนึ่งที่อาจจะทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เน้นการทำแคมเปญในตลาดกลาง-ล่างมากขึ้น เนื่องจากต้องการกระตุ้นแรงซื้อทั้งจากผู้บริโภครายย่อยและนักลงทุน จึงเน้นสินค้าโครงการในตลาดที่ราคาไม่สูงนัก และเน้นการทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อดึงดูดผู้บริโภคแทน

“เนื่องจากสินค้าที่นำมาจัดแคมเปญในงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ เป็นสินค้าในตลาดผู้บริโภคกลุ่มเดียวกัน ดังนั้นการแข่งขันในด้านแคมเปญของผู้ประกอบการจึงมีมากขึ้น เช่น ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน จดจำนอง ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง แถมเฟอร์นิเจอร์ ลดราคาสูงสุด 300,000 บาทสำหรับห้องที่พร้อมเข้าอยู่ รวมทั้งการแจก IPhone 5s เมื่อวันโอนกรรมสิทธิ์ เป็นต้น ซึ่งการส่งเสริมการขายเหล่านี้แม้จะช่วยดึงดูดลูกค้า แต่ก็อาจจะเป็นปัจจัยที่เพิ่ม SG&A ของผู้ประกอบการทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการกลุ่มคอนโดมิเนียมที่ต้องการระบายสินค้าที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ และจากยอดขายที่ได้จากงานมหกรรมในครั้งนี้ก็อาจจะไม่เพียงพอต่อการปิดยอดให้ได้ตามเป้า เพราะมีปัจจัยลบในด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเข้ามาเป็นตัวแปรในด้านลบเพิ่มขึ้นอีกประการหนึ่ง” เติมพร ตันติวิวัฒน์ นักวิเคราะห์จาก บมจ. หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าว

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังประเมินถึงสถานการณ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้ว่า ยังคงต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงในเรื่องอุปสงค์ที่ยังคงชะลอตัวจากระดับความเชื่อมั่นที่ลดลง ซึ่งแม้ว่าจะยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนมากนักในช่วงที่ผ่านมา แต่อาจจะมีผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของตลาดในภาพรวมปี 2557 ได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายกลาง-รายเล็กที่มีความเสี่ยงมากกว่าทั้งจากรูปแบบการพัฒนาสินค้าที่จำกัดกว่าและความแข็งแกร่งในการต่อกรกับผู้ประกอบการรายใหญ่ๆในตลาด

ด้าน ฟิทช์ เรทติ้งส์ ก็มองว่า แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงนี้ มีความเสี่ยงจากอัตราการเติบโตที่ลดลง เนื่องจากความเข้มงวดของภาคสถาบันการเงินและภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาดอสังหาฯ ส่งผลให้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยลดลง รวมไปถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆก็อาจจะชะลอการตัดสินใจซื้อออกไปเพราะยังไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ต่างๆได้

“ผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยอาจมีความเสี่ยงจากอัตราการเติบโตที่ชะลอตัว เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่คาดว่าจะลดลงจากการที่ธนาคารเริ่มมีความเข้มงวดมากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อให้แก่บุคคลธรรมดา เนื่องจากหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นจนเกือบถึงร้อยละ 80 ของ GDP ของประเทศ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2556 ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราการปฏิเสธการให้สินเชื่อจากธนาคารเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงอาจทำให้ลูกค้าใหม่ๆ ชะลอการตัดสินใจซื้อ ส่งผลต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาดที่มีแนวโน้มที่จะซบเซาไปอีกระยะหนึ่ง ในขณะที่ผู้ประกอบการเองก็ปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและประเภทของโครงการ เพื่อกระจายความเสี่ยงในตลาดอสังหาฯมากขึ้น เพื่อรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าวแล้วด้วยเช่นกัน”

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จาก ฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดการณ์ว่า แม้ตลาดอสังหาฯจะชะลอตัวลง แต่โอกาสที่จะเกิดสภาวะสินค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์จะล้นตลาดในวงกว้าง ยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะถึงแม้ว่าจะมีในบางพื้นที่ที่มีความเสี่ยงปริมาณสินค้าล้นตลาด แต่ก็คาดว่าจะไม่มีผลกระทบต่อตลาดอสังหาฯในระยะยาว เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการรายหลายได้พยายามกระจายกลุ่มลูกค้า โดยมุ่งไปที่ตลาดของผู้ซื้อที่มีรายได้ในระดับที่สูงขึ้น เพิ่มเติมจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่เน้นแต่ตลาดราคาปานกลางถึงต่ำเป็นส่วนใหญ่ ทำให้การขยายตัวของชุมชนเมืองมีการเติบโตและกระจายตัวได้ดีขึ้น ตามทิศทางการพัฒนาและขยายเมืองทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต

อย่างไรก็ตาม จากการที่ผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการขยายตลาดและพัฒนาโครงการอสังหาฯที่หลากหลายในวงกว้างมากขึ้น อาจส่งผลต่อภาวการณ์แข่งขันของผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดอสังหาฯไทยที่มีแนวโน้มว่า น่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงอาจส่งผลต่อแนวโน้มของราคาและยอดขายที่จะมีผลต่อทิศทางของตลาดอสังหาฯไทยในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยเฉพาะในด้านคุณภาพและราคา ที่มักจะไม่ค่อยสมดุลกันเสมอ ซึ่งหากตลาดอสังหาฯไทยที่มีแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในด้านราคาอย่างเดียว โดยลืมที่จะหันกลับมาเอาใจใส่ในด้านคุณภาพที่มักจะไม่ค่อยถูกโรคกับสินค้าราคาถูก ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อความแข็งแกร่งในด้านความเชื่อมั่นในตัวสินค้าและชื่อเสียง ซึ่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคราวนี้ อาจจะรุนแรงได้ในทุกกลุ่มตลาด ไม่เว้นแม้แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่เองก็อาจจะต้องจอดแบบไม่ต้องแจวได้เช่นกัน!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s