About

ThaiContractor.com
ThaiContractor.com

One thought on “About

  1. คาถาหนีภัยแผ่นดินไหว..บ้านมั่นคง-ปกป้องได้-ไม่ตื่นตูม

    บ่ายวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2554 เวลา 13.09 น. ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวในประเทศพม่า ขนาด 3.2 ริกเตอร์ ศูนย์กลางห่างจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย 44 กม. ซึ่งจากรายงานความเสียหายนั้นไม่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากความตกใจและความเสียขวัญ เนื่องจากประเทศพม่าเพิ่งเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อ 24 มีนาคมที่ผ่านมา และเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งในช่วงเวลาไม่ถึง 2 อาทิตย์ ดังนั้น ประเทศไทยที่มีรอยเลื่อนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวจึงควรมีการ เตรียมความพร้อมทั้งในด้านการป้องกันการเกิดอันตรายจากแผ่นดินไหว และการให้ความรู้กับประชาชนในการปฏิบัติตัวในสถานการณ์ฉุกเฉิน

    กรมทรัพยากรธรณีระบุว่าประเทศไทยมีรอยเลื่อนมีพลัง 13 รอยเลื่อน ซึ่งรอยเลื่อนที่ว่านี้คือ รอยแตกในเปลือกโลกที่เป็นแหล่งกำเนิดของแผ่นดินไหว และในประเทศไทยมีพื้นที่ที่มีรอยเลื่อนที่มีพลัง ได้แก่ รอยเลื่อนแม่จัน แม่ฮ่องสอน พะเยา แม่ทา ปัว เถิน อุตรดิตถ์ เมย ท่าแขก ศรีสวัสดิ์ เจดีย์สามองค์ ระนอง และคลองมะรุ่ย

    ในอดีตได้เกิดแผ่นดินไหวบริเวณรอยเลื่อนเหล่านี้ บ้างก็ทำให้ประชาชนรู้สึกสั่นสะเทือน บ้างก็ก่อให้เกิดความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน แผ่นดินไหวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2526 มีศูนย์กลางที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี วัดขนาดได้ 5.9 ริคเตอร์ แผ่นดินไหวนี้ทำให้รู้สึกสั่นสะเทือนเป็นบริเวณกว้าง มีความเสียหายเล็กน้อยบริเวณศูนย์กลางและกรุงเทพมหานคร

    แม้ว่าไทยจะมีพื้นที่เสี่ยงต่อเหตุแผ่นดินไหว แต่นักวิชาการยืนยันว่าแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นในไทยจะไม่มีความรุนแรงมาก เหมือนที่ประเทศญี่ปุ่นประสบ ดังนั้นการสร้างตึก อาคาร หรือที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆหากต้องการสร้างเพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือนจาก แผ่นดินไหวนั้น ปัจจุบันมีมาตรฐานการป้องกันอยู่ที่ระดับ 5 ริกเตอร์ แต่ถ้าหากยังไม่พอใจจะต่อเติมให้ทนแรงสั่นสะเทือนให้มากขึ้นก็สามารถทำได้ เช่นกัน

    นายไมเคิล ถัง ผู้อำนวยการฝ่ายบริการบริหารโครงการก่อสร้าง ออกแบบและตกแต่งจากบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ ในประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งก่อสร้างประเภทอาคารสูง อาคารขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก บางอาคารอาจจะยังคงมีความเสี่ยง ทั้งนี้ ทางเดียวที่จะทำให้อาคารเหล่านี้มีความปลอดภัยมากขึ้นจากผลกระทบของเหตุแผ่น ดินไหว คือการปรับปรุงอาคารที่มีอยู่เดิมให้สามารถรับแรงแผ่นดินไหวได้มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดความไม่ปลอดภัยและความสูญเสียที่เกิดจากการพัง ตัวลงขององค์ประกอบอื่นๆ ของตัวอาคารในส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้างหลัก

    “เทคนิคการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับอาคารมีหลายหลายวิธี นับตั้งแต่การเสริมโครงสร้าง เทคนิคการให้อาคารสามารถเลื่อนไปมาบนฐานรากได้ตามแรงไหวของพื้นดิน (base isolator) ระบบการปรับสมดุลอาคารโดยอัตโนมัติ (active control system) การยึดจุดเชื่อมต่อต่างๆ ของโครงสร้างอาคารจากภายใน การรัดตัวอาคารจากภายนอก และอื่นๆ”

    สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างอาคารนั้น แบ่งการปรับปรุงอาคารออกเป็น 4 ระดับ ตามแต่วัตถุประสงค์ของการปรับปรุงอาคาร ตามมาตรฐานวิศวกรรมรองรับแรงแผ่นดินที่ใช้ในสหรัฐอเมริกา (Performance Based Earthquake Engineering: PBEE) ได้แก่
    1) การปรับปรุงเพื่อความปลอดภัยของสาธารณชน ซึ่งเป็นการปรับปรุงที่มีการทำกันมากที่สุด เนื่องจากเน้นการป้องกันความสูญเสียต่อชีวิต โดยหลักๆ คือการปรับปรุงให้มั่นใจว่า อาคารจะไม่พังถล่มลงมาทับผู้อยู่ในอาคารหรือผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในบริเวณ ใกล้เคียง โดยตัวอาคารจะยังคงสามารถตั้งอยู่ได้ให้ผู้ที่อยู่ในอาคารจะสามารถอพยพออกมา ได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง อาคารเหล่านี้ อาจไม่สามารถปรับปรุงให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกและอาจต้องรื้อทิ้ง

    2) การปรับปรุงเพื่อให้โครงสร้างอาคารยังคงอยู่ได้ ซึ่งให้โครงสร้างอาคารมีความแข็งแรง ซึ่งเมื่อเกิดความเสียหายจากแรงแผ่นดินไหว ตัวอาคารจะยังคงตั้งอยู่ได้และมีความปลอดภัยพอที่จะให้ผู้อยู่ในอาคารอพยพ ออกมาได้ และหลังจากนั้นอาจต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซมใหญ่ก่อนที่จะสามารถกลับเข้าไป ใช้ประโยชน์ได้

    3) การปรับปรุงเพื่อให้อาคารยังคงใช้งานได้ โดยปรับปรุงให้อาคารแข็งแรงในระดับที่จะเกิดความเสียหายต่ออาคารน้อยที่สุด ในกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหว โดยอาคารจะยังคงสามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งการปรับปรุงอาคารแบบนี้ เป็นการปรับปรุงระดับสูง โดยหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่รุนแรง อาคารจะต้องการการซ่อมแซมเพียงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

    4) การปรับปรุงเพื่อให้โครงสร้างอาคารไม้ได้รับผลกระทบใดๆ เลย ซึ่งการปรับปรุงระดับนี้เป็นการปรับปรุงอาคารระดับสูงสุด โดยโครงสร้างต้องแข็งแรงมากพอที่จะไม่ได้รับความเสียหายจากแรงแผ่นดินไหวใดๆ เลย ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะใช้ในกรณีการปรับปรุงอาคารที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมหรือ ระดับชาติ เป็นต้น

    แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีการก่อสร้างจะมีการพัฒนาให้ทันสมัยมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่ดีมากพอที่จะสร้างอาคารที่สามารถป้องกันผลกระทบจากแรง แผ่นดินไหวได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น วิธีการรับมือที่ดีที่สุดคือ การสร้างอาคารที่มีความมั่นคงและเหมาะสมกับพื้นที่และระดับความเสี่ยงในการ เกิดเหตุแผ่นดินไหว

    เนื่องจากระดับความมั่นคงแข็งแรงในการก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคารเพื่อทน แรงแผ่นดินไหวนั้น ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่อาคารตั้งอยู่ ซึ่งในแต่ละพื้นที่มีความเสี่ยงในการเกิดแผ่นดินไหวในระดับที่แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงไม่จำเป็นว่าทุกพื้นที่จะต้องสร้างอาคารที่มีระดับการป้องกันสูง สุดและต้องคอยแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหลายเท่า

    แต่ถ้าหากเจ้าของบ้านหรือเจ้าของอาคารท่านใดที่เน้นหลักปลอดภัยไว้ก่อน และมีความพร้อมที่จะสร้างอาคารที่มีการป้องกันแรงสั่นสะเทือนสูงระดับ 7 ริกเตอร์ ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่ง แต่การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การเอาตัวรอดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งคนไทยยังมีความรู้ในด้านการป้องกันตัวเองแทบจะเท่ากับศูนย์ ดังนั้น การเรียนรู้และการซักซ้อมวิธีปฏิบัติในการหนีภัยจึงเป็นเรื่องที่สำคัญเป็น อย่างมาก โดยเฉพาะในอาคารสูงที่มีผู้คนอาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก

    ซึ่งในกรณีที่อาคารมีการก่อสร้างที่ป้องกันแผ่นดินไหวอยู่แล้ว สิ่งแรกที่ควรทำคือ หลบใต้โต๊ะหรือเตียงที่แข็งแรง และไม่ควรตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พยายามตั้งสติ เมื่อเหตุการณ์สงบลงให้รีบออกจากตัวอาคาร เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยอีกครั้งก่อนกลับเข้าไปพักอาศัยดังเดิม

    การป้องกันที่ดีที่สุดไม่ใช่เพียงแค่การก่อสร้างเท่านั้น แต่การตั้งสติก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ตัวท่านเองสามารถเอาตัวรอดจากเหตุ วิกฤติได้ เพียงเท่านี้ แม้จะเกิดภัยแผ่นดินไหว…ก็สู้ไหว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s